ReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานกฎหมายลาสลอว์
dot
bulletบริการด้านกฎหมาย
bulletบริการด้านอสังหาริมทรัพย์
bulletบริการด้านบัญชี-บุคคล
dot
เวปกฎหมายที่น่าสนใจ
dot
bulletศาลอาญา
bulletศาลฎีกา
bulletศาลปกครอง
bulletเนติบัณฑิตยสภา
bulletศาลยุติธรรม
bulletศาลรัฐธรรมนูญ
bulletศาลล้มละลายกลาง
bulletศาลแรงงานกลาง
bulletศาลอุทธรณ์
bulletสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
bulletกระทรวงยุติธรรม
bulletสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
bulletสำนักเลขาธิการวุฒิสภา
bulletสภาทนายความ
bulletกรมสอบสวนคดีพิเศษ
bulletศาลแพ่งกรุงเทพใต้
bulletกรมพัฒนาธุรกิจการค้า




ซีดีเถื่อน

 

อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ : กรณีของซีดีเถื่อน

โดย...นายธนาคร วันมหาชัย 

๑. ความเป็นมา

         การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในประเทศไทย นับเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่งของประเทศ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการค้าของไทย จากกรณีที่ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ได้หยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ
ด้วยการขึ้นบัญชีดำให้ไทยเป็นประเทศที่น่าจับตามอง มานานเกือบ๑๐ ปี โดยอ้างว่าการละเมิดลิขสิทธิ์ในภูมิภาคเอเชียส่งผลเสียหายต่ออุตสาหกรรมบันเทิงของสหรัฐกว่า แสนล้านบาทต่อปี ทำให้รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ที่กำกับดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญาทุกยุคทุกสมัยเร่งปราบปรามการละเมิดอย่างหนักเพื่อขจัดข้อกล่าวหาดังกล่าว
ซีดีเถื่อนนับว่าเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างหนึ่ง

๒. ความหมายของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ 
         
           อาชญากรรม (Crime) เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าคือ การกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายอาญา ซึ่งจากการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ และทรัพย์สิน โดยที่บุคคลที่กระทำผิดเราจะเรียกกันว่า “อาชญากร” (Criminal) นั่นเอง
          อย่างไรก็ดี อาชญากรรมอาจมีการจัดแบ่งประเภทได้หลายประเภท เช่น อาชญากรรมอันเป็นการประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย และเพศ , อาชญากรรมยาเสพติด แต่อาชญากรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่รวดเร็ว และมีมูลค่ามหาศาล โดยเฉพาะความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างมาก ทั้งในแง่ของความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความมั่นคงของประเทศ นั่นก็คือ “อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ” (White Collar Crime/ Economic Crime)
        ในความหมายของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจนั้น ได้มีนักวิชาการของประเทศตะวันตกได้ให้ความหมายไว้ต่าง ๆ นานา เช่น Edwin Sutherland นิยามว่า “อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ คือ การกระทำความผิดกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่น โดยบุคคลที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจ อาศัยความสัมพันธ์ทางอาชีพของเขาเหล่านั้น และความผิดดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อวงการธุรกิจ ตลอดจนเศรษฐกิจของประเทศ” ซึ่งจากความหมายดังกล่าวเราอาจเรียก อาชญากรรมเศรษฐกิจอย่างง่ายๆ ว่า การโกง หรือการฉ้อฉล หลอกลวงให้ผู้อื่นหลงเชื่อ โดยอาชญากรซึ่งเป็นผู้มีความรู้ มีสถานภาพในสังคม เป็นที่นับหน้าถือตาของคนในสังคม กระทำการโดยใช้วิธีการปกปิด บางครั้งอาจกระทำผิดโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ของตน และแม้วิธีการกระทำความผิดอาจไม่สร้างความหวาดกลัว สะเทือนขวัญ ต่อประชาชน เช่นเดียวกับการฆ่าคนตาย หรืออาชญากรรมอื่นๆ ที่มีการใช้กำลังทางกายภาพที่รุนแรง แต่ผลของการกระทำผิดนั้นอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อภาวะเศรษฐกิจ การเงินการคลัง มากกว่าฉ้อโกงธรรมดา โดยที่สังคมอาจไม่ทราบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น หรือแทบไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเป็นเหยื่อของอาชญากรประเภทนี้

๓. ลักษณะของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ  
          
        ๑) ผู้กระทำผิดมีความเฉลียวฉลาดกว่าอาชญากรธรรมดา มีบุคลิกดี เป็นที่น่าเชื่อถือไว้วางใจแก่ประชาชน 
         ๒) ใช้เทคนิคที่มีประสิทธิภาพสูงในการกระทำผิดและยากต่อการสืบสวนเพราะข้อมูลหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิดอยู่ในความรู้ความสามารถในอาชีพที่ผู้กระทำผิดประกอบอยู่
         ๓) เป็นการกระทำที่เป็นอันตรายมากกว่าความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามธรรมดาโดยทั่วไป
         ๔) เป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำในฐานะทางเศรษฐกิจในหมู่ประชาชน
         ๕) เป็นการกระทำผิดที่ไม่มีภาพลักษณ์ที่เขย่าขวัญ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช้กำลังทำร้าย ไม่ใช้อาวุธ ไม่ใช้การข่มขู่ ไม่ใช้วิธีการที่ปรากฏชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่เป็นอันตรายต่อประชาชน
        ๖) เป็นการกระทำผิดที่สังเกตได้ยาก ไม่ชัดแจ้งในลักษณะที่เป็นอันตรายแก่ประชาชนโดยตรง หรือโดยทันที ทำให้ผู้เสียหายไม่รู้สึกตัวว่าตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมแล้ว แต่กลับคิดว่าเป็นการเสียเปรียบในธุรกิจการค้าปกติ หรือบางครั้งบางคนไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นผู้เสียหายทั้งๆที่ถูกหลอกลวงเอาเงินไปแล้ว
         ๗) เป็นการกระทำที่ใช้กลอุบาย มุ่งเน้นในเรื่องการแสวงหาประโยชน์ตอบแทนสูงสุดโดยเฉพาะเรื่องทรัพย์สิน มักมีพฤติกรรม เช่น ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของผู้อื่น โดยวิธีการลัก ยักยอก หลอกลวง ต้มตุ๋น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีการกระทำผิดร่วมกันหลายคน และมีการศึกษาวางแผนไว้ล่วงหน้า
         ๘) ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นมูลค่ามหาศาล และรูปแบบการกระทำผิดมักจะเป็นองค์กรอาชญากรรม ซึ่งอาจมีลักษณะข้ามชาติ
         ๙) การกระทำผิดเกี่ยวโยงกับความบกพร่องของโครงสร้างสังคมที่ไม่เป็นธรรม หรือระบบเศรษฐกิจที่เปิดช่องให้มีการขูดรีดเอาส่วนเกินของการผลิต อันก่อให้เกิดการทุจริต สมคบ หรือปิดบังการทุจริต ซึ่งกระทำโดยกลุ่มอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจในสังคม
        
๔. ประเภทของอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ 
         
       อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ไม่ได้จำกัดขอบเขตอยู่เพียงในประเทศที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ได้ขยายวงกว้างไปยังประเทศต่างๆ แม้ในประเทศที่กำลังพัฒนา สำหรับการดำเนินคดีเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในประเทศไทย สำนักงานอัยการสูงสุด (Office of the Attorney General) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการฟ้องร้องและดำเนินคดีอาญาทุกประเภท รวมถึงอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้จัดว่าความผิดดังต่อไปนี้เป็น อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ 
         

๑) ความผิดเกี่ยวกับการเงินและธนาคารได้แก่ 
           ๑.๑) ความผิดเกี่ยวกับการเงินและการธนาคารที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหา
           ๑.๒) ความผิดเกี่ยวกับกฎหมายปริวรรตเงินตรา
           ๑.๓) การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เช่น แชร์ลูกโซ่ แชร์ชาร์เตอร์ แชร์แม่ชม้อย หรือธุรกิจเงินต่อเงิน
           ๑.๔) การฉ้อโกงโดยเอกสารที่ผ่านทางธนาคารในการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ
           ๑.๕) การฉ้อโกงด้วยการใช้เอกสารเลตเตอร์ออฟเครดิต หรือเอกสาร การโอนเงิน หรือตั๋วแลกเงินระหว่างประเทศปลอม
           ๑.๖)  การฉ้อโกงด้วยการใช้พันธบัตร สิทธิบัตร หรือใบหุ้นปลอม หรือใช้โดยมิชอบ
            ๑.๗) การฉ้อโกงในการซื้อขายในตลาดค้าผลิตผลล่วงหน้า
           ๑.๘) การฉ้อโกงในการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เช่น การปั่นหุ้น, การซื้อขายโดยคนวงใน (insider trading)
           ๑.๙) การฉ้อโกงด้วยการใช้บัตรเครดิต ตั๋วแลกเงินเดินทางระหว่างประเทศปลอม เช่น การขโมยบัตรเครดิตของผู้อื่นมาใช้, ปลอมบัตรเครดิตขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับ (บัตรขาว)
           ๑.๑๐) การฉ้อโกงหรือลักทรัพย์จากเครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine)
           ๑.๑๑) ความผิดเกี่ยวกับการปลอมแปลงเงินตรา
         

๒) ความผิดเกี่ยวกับการค้าและการพาณิชย์ได้แก่
            ๒.๑) การฉ้อโกงและฉ้อฉลในการซื้อขายสินค้าจำนวนมาก
            ๒.๒) การล้มละลายโดยฉ้อฉล
            ๒.๓) การให้หรือการโอนยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของนิติบุคคลในทางการค้าโดยมิชอบ
            ๒.๔) การปลอมแปลงใบสั่งสินค้า หรือสัญญาทางการค้า
            ๒.๕) การจัดตั้งนิติบุคคลโดยมิชอบ
           ๒.๖) การฉ้อโกงโดยใช้เทคโนโลยีแผนใหม่ เช่น การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ (Computer Relaed Crime) หรือเทเลกซ์ปลอม
            ๒.๗) การปลอมแปลงดวงตราไปรษณียากรและอากรแสตมป์
            ๒.๘) การฉ้อโกงทางการค้าโดยใช้อุบาย
            ๒.๙) การฉ้อโกงบริษัทประกันภัย
            ๒.๑๐) การฉ้อโกงและปลอมแปลงบัตรโดยสารยานพาหนะในการเดินทางหรือเอกสารเดินทาง
           ๒.๑๑) การเปิดเผยความลับทางการค้าและทรัพย์สินทางปัญญา
           ๒.๑๒) ความผิดเกี่ยวกับการทรัพย์สินทางปัญญาอันได้แก่ ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้าและอื่นๆ
 

๓)ความผิดเกี่ยวกับการควบคุมโภคภัณฑ์และคุ้มครองผู้บริโภค   

        ความผิดเกี่ยวกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและมาตรฐานสินค้าขาออก และการกระทำที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับอาหารและยา วัตถุมีพิษ และกรณีอื่นๆในลักษณะดังกล่าว


  ๔) ความผิดเกี่ยวกับการกำหนดราคาสินค้า และป้องกันการผูกขาด
         

๕) ความผิดเกี่ยวกับภาษีอากร

          ภาษีอากรได้แก่ ศุลกากร สรรพากร และสรรพสามิต เช่น การปลอมใบกำกับภาษีสินค้า, การนำเข้าสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี
 

  ๖) ความผิดเกี่ยวกับตามพระราชบัญญัติอื่นๆ

            ความผิดตามกฎหมายอื่นได้แก่ พรบ.ป่าไม้ แร่ น้ำมันเชื้อเพลิงปิโตรเลียม และอื่นๆลักษณะเดียวกัน

๕. ซีดี  (Compact Dise)

           คอมแพคดิสค์ (Compact Disc) หรือซีดี คือแผ่นออพติคอลเก็บข้อมูลดิจิทัลต่าง ๆ ซึ่งเดิมพัฒนาสำหรับเก็บเสียงดิจิทัล ซีดีคือมาตรฐานรูปแบบการบันทึกเสียงทางการค้าในปัจจุบัน 


๕.๑ มาตรฐานคอมแพคดิสค์

         ซีดีเสียง หรือ ซีดีเพลง หรือ ออดิโอซีดี (audio CD) เก็บสัญญาณเสียงในรูปแบบที่เป็นไปตามมาตรฐานเรดบุ๊ค (red book) ซีดีเสียงประกอบด้วยแทร็คสเตอริโอหลายแทร็ค ที่เก็บโดยการเข้ารหัสแบบ PCM ขนาด ๑๖ บิตด้วยอัตราการสุ่มตัวอย่าง ๔๔.๑ kHzคอมแพคดิสค์มาตรฐานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๒๐ มิลลิเมตร แต่มีรุ่นขนาด ๘๐ มิลลิเมตรอยู่ในรูปการ์ดขนาดเท่านามบัตรหรือเป็นรูปวงกลม แผ่นดิสค์ขนาด ๑๒๐ มิลลิเมตร สามารถบันทึกเสียงได้ ๗๔ นาที แต่มีรุ่นที่สามารถบันทึก ๘๐ หรือ ๙๐ นาทีด้วย แผ่นดิสค์ขนาด ๘๐ มิลลิเมตร ใช้เป็นแผ่นซีดีซิงเกิล หรือใช้เป็นนามบัตรประชาสัมพันธ์ เก็บเสียงใช้เพียงแค่ ๒๐ นาที เทคโนโลยีคอมแพคดิสค์ ต่อมาปรับปรุงเป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลที่เราเรียกว่าแผ่นซีดีรอม

๕.๒ ประวัติศาสตร์

          ในช่วงทศวรรษปี ค.ศ. ๑๙๗๐ (ตรงกับ พ.ศ. ๒๕๑๓ ถึง ๒๕๒๒) นักวิจัยของบริษัทฟิลิปส์ ได้ใช้เทคโนโลยีของแผ่นเลเซอร์ดิสค์ มาทดลองสร้างแผ่นออพติคอลสำหรับเก็บเสียงแต่เพียงอย่างเดียว โดยเริ่มแรกใช้วิธีการเข้ารหัสเสียงแบบ wideband FM และแบบ PCM ในระบบดิจิทัลในเวลาต่อมา ช่วงปลายทศวรรษ ฟิลิปส์ โซนี่ และบริษัทอื่น ๆ แสดงต้นแบบของแผ่นดิสค์ระบบเสียงดิจิตอล
            ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ฟิลิปส์ และ โซนี่ ตัดสินใจร่วมมือกัน จัดตั้งทีมวิศวกรร่วมซึ่งมีภารกิจออกแบบแผ่นดิสค์ระบบเสียงดิจิตอลแบบใหม่ สมาชิกที่สำคัญของทีมคือ Kees Immink และ Toshitada Doi หลังจากทดลองและถกเถียงกันหนึ่งปี ทีมงานได้ออกมาตรฐานเรดบุ๊ค ซึ่งเป็นมาตรฐานของคอมแพคดิสค์ ฝ่ายฟิลิปส์สนับสนุนในเรื่องกระบวนการผลิต โดยอาศัยเทคโนโลยีการผลิตเลเซอร์ดิสค์ ฟิลิปส์ยังสนับสนุนวิธีการมอดูเลตแบบ EFM ซึ่งสามารถบันทึกเสียงได้มาก และทนต่อรอยขูดขีด หรือรอยนิ้วมือ ขณะที่โซนี่สนับสนุนวิธีรหัสแก้ข้อผิดพลาด (error correction) CIRC ในเอกสาร Compact Disc Story ที่บอกเล่าโดยสมาชิกหนึ่งของทีม ให้ข้อมูลถึงที่มาของการตัดสินใจทางเทคนิคจำนวนมาก รวมถึงการเลือกของความถี่การสุ่ม ระยะเวลาในการเล่น และเส้นผ่าศูนย์กลางแผ่นดิสค์ ฟิลิปส์ได้บรรยายไว้ว่า คอมแพคดิสค์"ถูกประดิษฐ์ร่วมกันโดยกลุ่มคนมากมายทำงานร่วมกันเป็นทีม" ("invented collectively by a large group of people working as a team."
            คอมแพคดิสค์ออกวางตลาดในปลายปี พ.ศ. ๒๕๒๓ในเอเซีย และต้นปีถัดมาในที่อื่น ๆ เหตุการณ์นี้มักถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติเสียงดิจิตอล แผ่นดิสค์เสียงแบบใหม่นี้ได้รับการยอมรับและคำชื่นชมในคุณภาพเสียง จากเดิมที่ประดิษฐ์ขึ้นสำหรับบันทึกเสียง การใช้คอมแพคดิสค์ได้ขยายไปยังด้านอื่น ๆ สองปีต่อมา ใน พ.ศ. ๒๕๒๗ มีการออก แผ่นซีดีรอม (หน่วยความจำอ่านได้อย่างเดียว) ด้วยแผ่นแบบนี้เราสามารถเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์จำนวนมากได้ แผ่นซีดีที่ผู้ใช้สามารถเขียนเองได้ หรือ แผ่นซีดีอาร์ (CD-R) ก็ได้ปรากฏสู่สายตาต่อมาประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๓ และกลายเป็นมาตรฐานในการแลกเปลี่ยน จัดเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์และเพลงในปัจจุบัน ซีดีแบบต่าง ๆ ประสบความสำเร็จมาก โดยภายในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เพียงปีเดียวมีการจำหน่ายแผ่นซีดีเพลง ซีดีรอม ซีดีอาร์ ทั่วโลกกว่าสามหมื่นล้านแผ่น

๕.๓ การทำงานของ CD

         ภายในซีดีรอมจะแบ่งเป็นแทร็กและเซ็กเตอร์เหมือนกับแผ่นดิสก์ แต่เซ็กเตอร์ในซีดีรอมจะมีขนาดเท่ากัน ทุกเซ็กเตอร์ ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้น เมื่อไดรฟ์ซีดีรอมเริ่มทำงานมอเตอร์จะเริ่มหมุนด้วยความเร็ว หลายค่า ทั้งนี้เพื่อให้อัตราเร็วในการอ่านข้อมูลจากซีดีรอมคงที่สม่ำเสมอทุกเซ็กเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเซ็กเตอร์ ที่อยู่รอบนอกวงในก็ตาม จากนั้นแสงเลเซอร์จะฉายลงซีดีรอม โดยลำแสงจะถูกโฟกัสด้วยเลนส์ที่เคลื่อนตำแหน่งได้ โดยการทำงานของขดลวด ลำแสงเลเซอร์จะทะลุผ่านไปที่ซีดีรอมแล้วถูกสะท้อนกลับ ที่ผิวหน้าของซีดีรอมจะเป็น หลุมเป็นบ่อ ส่วนที่เป็นหลุมลงไปเรียก แลนด์ สำหรับบริเวณที่ไม่มีการเจาะลึกลงไปเรียก "พิต" ผิวสองรูปแบบนี้เราใช้แทนการเก็บข้อมูลในรูปแบบของ ๑ และ ๐ แสงเมื่อถูกพิตจะกระจายไปไม่สะท้อนกลับ แต่เมื่อแสงถูกเลนส์จะสะท้อนกลับผ่านแท่งปริซึม จากนั้นหักเหผ่านแท่งปริซึมไปยังตัวตรวจจับแสงอีกที ทุกๆช่วงของลำแสงที่กระทบตัวตรวจจับแสงจะกำเนิดแรงดันไฟฟ้า หรือเกิด ๑ และ ๐ ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ ส่วนการบันทึกข้อมูลลงแผ่นซีดีรอมนั้นต้องใช้แสงเลเซอร์เช่นกัน โดยมีลำแสงเลเซอร์จากหัวบันทึกของเครื่อง บันทึกข้อมูลส่องไปกระทบพื้นผิวหน้าของแผ่น ถ้าส่องไปกระทบบริเวณใดจะทำให้บริเวณนั้นเป็นหลุมขนาดเล็ก บริเวณทีไม่ถูกบันทึกจะมีลักษณะเป็นพื้นเรียบสลับกันไปเรื่อยๆตลอดทั้งแผ่น แผ่นซีดีรอมเป็นสื่อในการเก็บข้อมูลแบบออปติคอล (Optical Storage) ใช้ลำแสงเลเซอร์ในการอ่านข้อมูล แผ่นซีดีรอม ทำมาจากแผ่นพลาสติกเคลือบด้วยอะลูมิเนียม เพื่อสะท้อนแสงเลเซอร์ที่ยิงมา เมื่อแสงเลเซอร์ที่ยิงมาสะท้อนกลับไป ที่ตัวอ่านข้อมูลที่เรียกว่า Photo Detector ก็อ่านข้อมูลที่ได้รับกลับมาว่าเป็นอะไร และส่งค่า ๐ และ ๑ ไปให้กลับซีพียู เพื่อนำไปประมวลผลต่อไป ความเร็วของไดรฟ์ซีดีรอม 

๕.๔ เครื่องเล่นซีดี

             มีหลายความเร็ว เช่น 2x 4x หรือ 16x เป็นต้น ซึ่งค่า 2x หมายถึงไดรฟ์ซีดีรอมมี ความเร็วในการหมุน 2 เท่า ไดรฟ์ตัวแรกที่เกิดขึ้นมามีความเร็ว 1x จะมีอัตราในการโอนถ่ายข้อมูล (Data Tranfer Rate) 150 KB ต่อวินาที

๖. ซีดีเถื่อน
 
          ซีดีเถื่อนที่เป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้คือ การทำซ้ำงานดนตรีกรรม (งานเพลง) สิ่งบันทึกเสียงและภาพยนตร์ อันเป็นงานมีลิขสิทธิ์ ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ อันเป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งการทำซ้ำในปัจจุบันนั้นทำได้ไม่ยาก เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์และมีโปรแกรมนีโร ที่เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับเขียนแผ่น ก็สามารถก๊อบปี้แผ่นได้แล้ว  ดังนั้นการก๊อบปี้ด้วยวิธีนี้จึงยากต่อการถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เพราะเป็นการใช้งานอยู่ที่บ้าน ด้วยต้นทุนของซีดีเปล่ามีราคาเพียง ๗ บาท ถึง ๑๐ บาทเท่านั้น แต่เมื่อนำไปขายตามร้านค้าจะมีราคาขายประมาณแผ่นละ ๑๐๐ บาท ถึง ๑๕๐ บาท ซึ่งแพงกว่าต้นทุนมาก
 อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงระดับรายบุคคลเท่านั้น ที่ทำการลักลอบผลิตซีดีเถื่อน แต่มีการทำกันเป็นอุตสาหกรรมใหญ่โต ในระดับประเทศก็มี ซึ่งในปี ๒๐๐๔ ที่ผ่านมา มีการจับกุมโรงงานผลิตซีดีเถื่อนได้สำเร็จถึง ๒๘,๓๕๐ ราย เพิ่มขึ้นจากปี ๒๐๐๓ กว่าเท่าตัว การสำรวจพบว่ากลุ่มผู้ผลิตซีดีเถื่อนนั้นลดขนาดของโรงงานผลิตลง แต่เปลี่ยนเป็นเพิ่มจำนวนโรงงานผลิตซีดีเถื่อนขนาดย่อมขึ้นมากมาย โดยเฉพาะการละเมิดด้วยการเขียนบน CD-R ซึ่งจากการสำรวจในพื้นที่ประเทศแถบละตินอเมริกา ยุโรปตอนใต้ และอินเดียมีอัตราเพิ่มขึ้นราว รัอยละ ๖ 

 ๖.๑ สาเหตุของซีดีเถื่อนในประเทศไทย
 
         ราคา  งานที่มีลิขสิทธิ์โดยเฉพาะที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น ภาพยนตร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) ยังเป็นสิ่งใหม่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมากงานที่มีลิขสิทธิ์ จึงมีราคาที่สูง สาเหตุที่มีราคาสูงอีกประการหนึ่งก็คือ งานที่บรรจุอยู่ในซีดีที่ถูกต้องตามกฎหมายต้องรับภาระในการเสียภาษีประเภทต่าง ๆ หลายประการ จึงทำให้ต้นทุนสูงขึ้น
          ผู้ที่ลักลอบทำและค้าขายซีดีเถื่อนได้รับผลประโยชน์ตอบแทนที่สูง ซึ่งผลตอบแทนที่สูงเมื่อเทียบกับราคาที่ขายกับต้นทุนการผลิตที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับซีดีที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ต้นทุนต่อแผ่นจะอยู่ที่ไม่เกิน ๑๐ บาท ราคาขาย DVD ตอนนี้ประมาณ ๗๐ บาทต่อแผ่น CD-R แผ่นละ ๓๐ บาท ถ้าเป็นเพลงที่เป็น MP 3 แผ่นละ ๕๐ บาท   แม้ว่าจะเสี่ยงต่อการถูกจับกุมแล้วถือว่าคุ้มค่าพอสมควร
         การผลิตที่ค่อนง่าย ดังที่กล่าวมาแล้วว่าเพียงคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมนีโร ก็สามารถเขียน (Write) แผ่นซีดีขายได้แล้ว
 การกระจายสินค้าง่ายและกว้างขวาง เพราะเหตุว่าราคาถูกเป็นที่ต้องการผู้บริโภค มีสินค้าแล้วไม่ต้องกลัวจะไม่มีผู้คนสนใจ โดยเฉพาะภาพยนตร์ต่างประเทศประเภทชนโรงแล้วมีเท่าไหร่ก็ขายหมด มีขายกว้างขวางทุกตลาดนัดเรียกว่าเกือบทั่วประเทศตามเขตชุมชนเมือง
           การบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ  การปราบปรามจะต้องได้รับความสนใจจากผู้บริหารระดับสูงของรัฐ ในระดับล่างไม่ต้องพูดถึง ขนาดว่าตำรวจชั้นประทวนที่แต่งเครื่องแบบตำรวจยังเป็นลูกค้าเสียเอง (แผงตลาดนัดโรงงานยาสูบยืนยันได้)การปราบปรามของเจ้าหน้าที่จึงกระทำไม่เป็นระบบต่างคนต่างทำ
            นโยบายของรัฐ รัฐบาลมุ่งเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจที่เป็นประชานิยม ก็คือที่เข้าตาประชาชนหรือที่ประชาชนเห็นประโยชน์ได้ชัดเจน เพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่าระบบเศรษฐกิจในภาครวม

 ๖.๒ ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ 
 
      ผลกระทบต่อรายได้ของรัฐ   ในการสร้างสรรค์ผลงานอันมีลิขสิทธิ์แต่ละครั้ง เช่น งานเพลง งานดนตรี งานบันทึกเสียง (CD-R) หรือภาพยนตร์ (DVD) ผู้สร้างผู้ลงทุนได้ทุ่มเงินจำนวนมหาศาล กว่าจะได้ผลงานมาแต่ละชิ้น แต่บุคคลผู้ละเมิดลงทุนไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งมีความแตกต่างกันมาก ทำให้ธุรกิจที่ถูกกฎหมายถูกทำลาย และธุรกิจที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ไม่ได้เสียภาษีให้แก่รัฐ รัฐก็ขาดรายได้จากการเก็บภาษี เมื่อรายได้ลดลงย่อมมีผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะ และก่อปัญหาต่อฐานะการคลังของประเทศ
           ผลกระทบต่อการจ้างงาน  ในด้านของผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ เมื่อถูกละเมิดลิขสิทธิ์ย่อมขาดแรงจูงใจที่สร้างผลงานใหม่ขึ้นมา และผู้ลงทุนทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องไม่กล้าที่จะลงทุน ไม่สามารถสร้างรายแก่ธุรกิจ การลงทุนหยุดชะงัก ปัญหาต่อเนื่องที่ตามมาคือ การจ้างงานในส่วนนี้ก็ต้องลดลง 
            ผลกระทบต่อระบบสังคม ซีดีเถื่อนเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เป็นเศรษฐกิจนอกระบบ มีความจำเป็นที่จะได้รับความคุ้มครองจากผู้มีอิทธิพล  เจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่มที่แสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบ และโยงใยเป็นถึงการก่ออาชญากรรมประเภทอื่น รวมทั้งกระทำผิดต่อศีลธรรมในรูปแบบอื่น  นอกจากนี้ยังสร้างทัศนคติ ค่านิยมให้แก่สังคมในเชิงลบ ซึ่งล้วนแล้วก่อผลกระทบต่อสังคมทั้งสิ้น

๗. สรุป

           จะเห็นได้ว่า ผลกระทบที่ตามมาเป็นปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ปัญหาซีดีเถื่อนเป็นการบ่อนทำลาย   บั่นทอนความมั่นคงและต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งยังมีขอบเขตที่กว้างขวาง  แต่มองไม่เห็นชัดเจนในความหมายทั่วไป ประชาชนโดยทั่วไปไม่รู้สึกหวาดกลัว จากเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้น การละเมิดลิขสิทธิ์ประเภทซีดีเถื่อนจึงเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่ง

                            ......................................................


 




บทความกฏหมาย

คำนำหน้าชื่อของผู้หญิง article
กระเทย article
สามี-ภริยาไม่จดทะเบียน article
"หย่า" อย่างไทย article
กรณีการชักดาบค่าน้ำมัน article
ขอถนนคืน article
หลังแดง article
โอนที่ดินผิดแปลง article
จอดรถในห้างฯ...แล้วหาย article
สัญญา article
กฎหมายองค์กรธุรกิจ article
สิทธิในการกำกับดูแลกิจการในบริษัท
ทุนของบริษัท
โครงสร้างความรับผิดทางอาญา
กฎหมายอาญาไม่มีผลย้อนหลัง
โทษและการลงโทษทางอาญา
ประเพณี article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Laslaws Law Office Co., Ltd 55/19 Narathiwat Ratchanakarint Rd. Yannawa,Sathorn,Bangkok 10120 Tel:02-6762988 Fax:02-6762989