ReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานกฎหมายลาสลอว์
dot
bulletบริการด้านกฎหมาย
bulletบริการด้านอสังหาริมทรัพย์
bulletบริการด้านบัญชี-บุคคล
dot
เวปกฎหมายที่น่าสนใจ
dot
bulletศาลอาญา
bulletศาลฎีกา
bulletศาลปกครอง
bulletเนติบัณฑิตยสภา
bulletศาลยุติธรรม
bulletศาลรัฐธรรมนูญ
bulletศาลล้มละลายกลาง
bulletศาลแรงงานกลาง
bulletศาลอุทธรณ์
bulletสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
bulletกระทรวงยุติธรรม
bulletสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
bulletสำนักเลขาธิการวุฒิสภา
bulletสภาทนายความ
bulletกรมสอบสวนคดีพิเศษ
bulletศาลแพ่งกรุงเทพใต้
bulletกรมพัฒนาธุรกิจการค้า




กฎหมายองค์กรธุรกิจ article

 โดย...นายธนาคร วันมหาชัย 

๑.       ความหมายและความแตกต่างระหว่างกิจการร่วมค้ากับคอนซอว์เตียม

 

ก่อนที่จะอธิบายตามหัวข้อที่ให้มาข้างต้น จะขอกล่าวถึงรูปแบบขององค์กรธุรกิจ ซึ่งแบ่งออกเป็น ๒ รูปแบบดังนี้

-                          องค์กรที่มีชื่อเรียกทางกฎหมาย ได้แก่ ห้างหุ้นสามัญ  ห้างหุ้นส่วนจำกัด  ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บริษัทจำกัด ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  และบริษัทมหาชนจำกัด ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕

-                          องค์กรที่ไม่มีชื่อเรียกทางกฎหมาย ได้แก่ คณะบุคคล  กิจการส่วนตัว กิจการร่วมค้า(Joint Venture)  คอนซอว์เตียม (Consortium)

นอกจากนี้การแบ่งประเภทขององค์กรธุรกิจยังสามารถแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทดังนี้

-                          องค์กรธุรกิจประเภทที่จดทะเบียน ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล  ห้างหุ้นส่วนจำกัด  บริษัทจำกัด  บริษัทมหาชนจำกัด  ฯลฯ

-                          องค์กรธุรกิจประเภทที่ไม่จดทะเบียนได้แก่  คณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ คอนซอว์เตียม(Consortium)

 

    รูปแบบขององค์กร

รูปแบบองค์กร

ที่มีชื่อเรียกทางกฎหมาย

ที่ไม่มีชื่อเรียกทางกฎหมาย

 

-          ห้างหุ้นส่วนสามัญ                              -    คณะบุคคล

-          ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล                        -    กิจการส่วนตัว

-          ห้างหุ้นส่วนจำกัด                               -    กิจการร่วมค้า(Join venture)

-          บริษัทจำกัด                                           -    Consortium

-          บริษัทมหาชน(จำกัด)

 

 

ประเภทขององค์กรธุรกิจ

จดทะเบียน

ไม่จดทะเบียน

-          ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล                                        - ห้างหุ้นส่วนสามัญ

-          ห้างหุ้นจำกัด                                                        - คณะบุคคล

-          บริษัทจำกัด                                                           - กิจการร่วมค้า(Joint Venture)

-          บริษัทมหาชนจำกัด                                             - คอนซอว์เตียม(Consortium)

 

๑.๑   ความหมาย

 

(๑)  กิจการร่วมค้า (Joint Venture)

 

กิจการร่วมค้า (Joint Venture) หมายถึง ธุรกิจตั้งแต่ ๒ ธุรกิจขึ้นไป  เข้าทำสัญญาร่วมลงทุนหรือทำกิจการร่วมกัน  เพื่อดำเนินธุรกิจร่วมกัน  ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไรอันเกิดขึ้นจากกิจการนั้น หรือเพื่อการแบ่งปันกำไรอันเกิดขึ้นจากการกิจการดังกล่าว  โดยอาจมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาร่วมลงทุนกัน เช่น  เงินทุน  ที่ดิน  เทคโนโลยี่  การผลิต  บุคลากรหรืออื่น ๆ ทั้งนี้ภายใต้ข้อตกลงหรือสัญญาที่ได้กระทำขึ้นต่ อกัน

                อย่างไรก็ตาม  กิจการร่วมค้านั้น ตามประมวลรัษฎากรได้บัญญัติเกี่ยวกับกิจการร่วมค้าไว้ว่า ....กิจการร่วมค้า ซึ่งได้แก่กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเป็นทางค้าหรือหากำไรระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัทและ/หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือนิติบุคคลอื่น...... กรณีเช่นนี้ จะต้องมีธุรกิจใดธุรกิจที่ร่วมกันนั้นเป็นบริษัทอย่างน้อยหนึ่งบริษัท  อาทิเช่น   บุคคลธรรมดากับบริษัท   บริษัทกับบริษัท   ห้างหุ้นส่วนกับบริษัท ฯลฯ    แต่สำหรับบริษัทมหาชนจำกัด  มาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งบัญญัติห้ามมิบริษัทมหาชนจำกัดเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ดังนั้น   บริษัทมหาชนจำกัด จึงไม่อาจร่วมกันทำธุรกิจแบบ กิจการร่วมค้า ได้

               

 

กิจการร่วมค้าโดยทั่วไปมี ๒ ประเภท

               

- กิจการร่วมค้า (Joint Venture)        ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล อาจเป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรืออาจจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด

                - กิจการร่วมค้า (Joint Venture)        ที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งทำให้กิจการร่วมค้านั้นมีลักษณะเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ

 

(๒) คอนซอว์เตียม (Consortium)

 

Consortium โดยทั่วตามบทบัญญัติของกฎหมายไม่ได้ให้คำนิยามหรือความหมายไว้  แต่หากจะเรียกกันตามภาษาไทยแล้ว ในรายงานฉบับนี้ขอเรียกองค์กรทางธุรกิจนี้ว่า กิจการร่วมทำ เนื่องจากองค์กรธุรกิจลักษณะนี้  ไม่ได้สมัครใจร่วมกันเพื่อดำเนินการอันมีวัตถุประสงค์เพื่อการแบ่งปันกำไรอันเกิดจากกิจการนั้น  แต่เป็นการร่วมกันทำกิจการใดกิจการหนึ่งเพื่อการแบ่งรายได้  และการร่วมกันนั้น   อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากเงื่อนไขที่บุคคลภายนอกเป็นผู้กำหนดขึ้น เช่น กรณีที่ผู้ว่าจ้างกำหนดให้ผู้รับจ้างทั้งหลายต้องร่วมกัน  แบบคอนซอว์เตียม เพื่อการทำการงานที่ว่าจ้างนั้น   ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของผู้ว่าจ้าง  หรือการร่วมกันกิจการใดกิจการหนึ่งอันมีลักษณะเฉพาะกิจ เป็นต้น

                Consortium คอนซอว์เตียม หรือกิจการร่วมทำ   เป็นองค์กรที่ไม่มีชื่อเรียกทางกฎหมาย   ไม่มี ลักษณะเป็นห้างหุ้นส่วน และไม่ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล     ดังนั้นตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงไม่ห้ามบริษัทมหาชนจำกัดที่จะร่วมกันจัดตั้งกิจการร่วมทำ หรือคอนซอว์เตียม

 

                                    ๑.๒ ความแตกต่างระหว่างกิจการร่วมค้ากับกิจการร่วมทำหรือคอนซอว์เตียม

               

                (๑) ลักษณะการเข้าร่วมกัน

               

กิจการร่วมค้า (Joint Venture) เป็นสัญญาระหว่างองค์กรธุรกิจตั้งแต่ ๒ องค์กรขึ้นไป เกิดขึ้นด้วยความสมัครใจที่จะผูกนิติสัมพันธ์ ตกลงเข้าร่วมกันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยวัตถุประสงค์จะแบ่งปันกำไรกัน อันมีลักษณะขององค์กรแบบห้างหุ้นส่วน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

                กิจการร่วมทำ (Consortium) มีลักษณะของการร่วมกันขององค์กรธุรกิจตั้งแต่ ๒ องค์กรขึ้นไปเพื่อดำเนินกิจการใดกิจการหนึ่งด้วยวัตถุประสงค์จะแบ่งรายได้อันเกิดขึ้นจากกิจการนั้น ทั้งนี้การร่วมกันนั้น อาจกระทำเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก เช่น กรณีที่ผู้ว่าจ้างประสงค์จะทำสัญญาว่าจ้างผู้รับจ้างตั้งแต่ ๒ รายขึ้นไปให้กระทำการงานอย่างหนึ่ง แต่มีเงื่อนไขว่าผู้รับจ้างทั้งหลายต้องร่วมรับผิดในความเสียหายอย่างใด ๆ ต่อผู้ว่าจ้างอย่างลูกหนี้ร่วม ห้ามมิให้ปฏิเสธหรือเกี่ยงความรับผิดทั้งปวงว่ามิได้เกิดขึ้นเพราะตนเป็นผู้กระทำ

 

                (๒) ความเกี่ยวพันระหว่างกันและต่อบุคคลภายนอก

               

กิจการร่วมค้า (Joint Venture) ความเกี่ยวพันระหว่างผู้เข้าร่วมกิจการร่วมค้าเป็นไปตามลักษณะกฎหมายว่าด้วย ห้างหุ้นส่วนสามัญ มาตรา ๑๐๕๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กล่าวคือ การใด ๆ ที่ผู้เข้าร่วมกิจการร่วมค้าได้กระทำไปในทางที่เป็นธรรมดาการค้าขายของกิจการร่วมค้านั้น    ย่อมผูกพันผู้เข้าร่วมกิจการร่วมค้าหมดทุกคน อย่างลูกหนี้ร่วมกันในบรรดาหนี้ทั้งหลายทั้งปวงต่อบุคคลภานนอกโดยไม่จำกัดจำนวน แต่ในระหว่างกันเองนั้นย่อมผูกพันตามที่ปรากฎในข้อความที่ได้กระทำหรือตกลงกันในสัญญากิจการร่วมค้า

                กิจการร่วมทำ (Consortium)  เมื่อคอนซอว์เตียมหรือกิจการร่วมทำมิได้ร่วมกันในลักษณะห้างหุ้นสามัญ จึงไม่นำบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนและบริษัทมาบังคับใช้แต่อย่างใด การใด ๆ ที่ผู้เข้าร่วมกันทำกิจการร่วมทำนั้นได้กระทำไปต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวในความเสียหายอย่างใดอย่างหนึ่งต่อบุคคลภายนอก และในระหว่างกันเองก็ไม่มีความผูกพันในทางใด ๆ    เว้นแต่ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดตามเงื่อนไขในข้อสัญญาที่กระทำไว้ต่อผู้ว่าจ้างเท่านั้น   เพราะกิจการร่วมทำหรือคอนซอว์เตียมเป็นสัญญาเพื่อผู้ว่าจ้างโดยแท้

 

                  (๓) วัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมกัน

               

กิจการร่วมค้า (Joint Venture) การร่วมกันของกิจการร่วมค้า ด้วยวัตถุประสงค์จะแบ่งปันกำไรจากกิจการที่ร่วมกันนั้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีการร่วมค้ากัน มักเกิดจากความต้องการเงินทุนหรือทรัพยากรอื่น ทั้งนี้เพื่อการเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ประสบปัญหาด้านการดำเนินการแห่งธุรกิจของตน เช่น การแสวงหาเทคโนโลยี่และวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อยกระดับความสามารถในการดำเนินงาน   เพื่อความสามารถในการใช้ทรัพยากรที่อยู่ได้อย่างเต็มที่ 

                 กิจการร่วมทำ (Consortium)   การเข้าร่วมกิจการร่วมทำหรือคอนซอว์เตียมนั้น    โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันรายได้ ไม่ได้วัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันกำไรอย่างกิจการร่วมค้า  เป็นการเข้าร่วมกันเพื่อให้การงานที่ร่วมกันทำนั้น  สำเร็จลุล่วงตามแผนธุรกิจไปได้ด้วยดี แต่ผู้เข้าร่วมกิจการร่วมทำมิได้สมัครใจที่จะเข้าร่วมกันโดยตรง   ส่วนสาเหตุของการที่ต้องร่วมกันทำการงานนั้น    อาจมาจากเงื่อนไขของข้อตกลงในสัญญาที่ได้กระทำไว้กับบุคคลภายนอก  ทั้งเพื่อประโยชน์ในความรับผิดร่วมกันในความเสียหายอย่างใด ๆ อันอาจเกิดขึ้นได้ในกิจการงานที่ร่วมกันทำนั้น เช่น  ผู้ว่าจ้างได้ทำสัญญาจ้างทำของอย่างหนึ่งมีผู้รับจ้างมากกว่าหนึ่งคน    ผู้ว่าจ้างมีความประสงค์จะให้ผู้รับจ้างทั้งหลายรับผิดชอบต่อผู้ว่าจ้างอย่างลูกหนี้ร่วมกัน  ไม่ให้ปฏิเสธหรือเกี่ยงความรับผิด  จึงกำหนดเงื่อนในสัญญาว่าผู้รับจ้างต้องร่วมกันและทำสัญญากับผู้ว่าจ้างในลักษณะคอนซอว์เตียม (Consortium) หรือกิจการร่วมทำ

 

                  (๔) เกี่ยวกับความรับผิดด้านภาษีอากร

               

กิจการร่วมค้า (Joint Venture) ประมวลรัษฎากร มาตรา ๓๙บัญญัติภาษีของกิจการร่วมค้าไว้ดังนี้ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และให้หมายความรวมถึง.......

(๒) กิจการร่วมค้า ซึ่งได้แก่กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเป็นทางค้าหรือหากำไรระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัทและ/หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือนิติบุคคลอื่น.... กรณีเช่นนี้ตามประมวลรัษฎากรถือว่ากิจการร่วมค้าเป็นหน่วยภาษีอีกหน่วยหนึ่งที่จะต้องจดทะเบียนเพื่อเสียภาษีแยกต่างหากจากองค์กรธุรกิจเดิมหรือแยกต่างหากจากบุคคลที่เข้ามาร่วมกัน  และเมื่อกิจการร่วมค้าเสียภาษีจากรายได้สุทธิแล้ว  ผู้ที่ได้รับส่วนแบ่งจากกำไรแล้ว ก็ไม่ต้องนำส่วนแบ่งจากกำไรดังกล่าวไปคำนวณเป็นฐานภาษีอีก

กิจการร่วมทำ (Consortium)  ตามประมวลรัษฎากรไม่ได้กำหนดให้เป็นหน่วยภาษีเหมือนอย่างกิจการร่วมค้า   ดังนั้นเมื่อผู้เข้าร่วมกิจการร่วมทำหรือคอนซอว์เตี่ยมได้ส่วนแบ่งรายได้ ต้องนำรายได้ดังกล่าวไปคำนวนเป็นฐานภาษีตามลักษณะของหน่วยธุรกิจของตน      ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร กล่าวคือแยกกันเสียภาษีต่างหากจากกัน

 

  (๕) การเลิกกิจการ

               

กิจการร่วมค้า (Joint Venture) นั้น กรณีที่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคค ย่อมมีลักษณะเป็นห้างหุ้นสามัญ การเลิกกิจการจึงต้องนำบทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๑๐๕๕ และมาตรา ๑๐๕๖แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาบังคับใช้โดยอนุโลม แต่ถ้าเป็นกรณีที่กิจการร่วมค้านั้นจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลการเลิกกิจการร่วมค้าดังกล่าวต้องนำบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลนั้น ๆ มาบังคับใช้กับกิจการร่วมค้าที่เลิกกัน

                กิจการร่วมทำ (Consortium) นั้น ไม่สภาพขององค์กรธุรกิจตามกฎหมาย   การเลิกกิจการร่วมทำ    ย่อมเป็นไปตามข้อตกลงหรือเงื่อนไขในสัญญาคอนซอว์เตียมที่ได้กระทำต่อกัน ตัวอย่างเช่น กิจการร่วมทำหรือคอนซอว์เตียมกำหนดขึ้นเพื่อการใดการหนึ่งโดยเฉพาะเมื่อเสร็จการนั้นแล้ว คอนซอว์เตียมดังกล่าวนั้นย่อมเลิกกัน

 

๒.     หลักกฎหมายบริษัทจำกัด

  

๒.๑ หลัก Limited Liability

 

หลัก Limited Liability หรือหลักความรับผิดจำกัด ซึ่งเป็นการจำกัดความรับผิดเฉพาะทุนที่ผู้ถือหุ้นได้ลงเป็นหุ้นในบริษัทจำกัด และต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้ของบริษัทเฉพาะจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบ หากได้ใช้จำนวนเงินค่าหุ้นครบถ้วนแล้ว ก็ไม่ต้องรับผิดอะไรอีกต่อไป    หลักนี้ทำให้คนกล้าที่จะลงทุนเพราะไม่ต้องกลัวที่จะถูกยึดทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อนำไปชำระหนี้ของบริษัท หากบริษัทมีหนี้สินล้นพ้นตัว

หลัก Limited Liability นี้มาจากแนวความคิดของนักคิดลัทธิทุนนิยม ซึ่งเจ้าของแนวความคิดนี้คือ อดัม สมิท โดยมีหลักอยู่ว่า มนุษย์เลือกที่จะกระทำในส่วนที่ได้ เลือกที่จะไม่ทำในส่วนที่เสีย หากเปรียบกับการกระทำในทางอาญาแล้ว ส่วนเสียก็คือการถูกลงโทษทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนด

หลัก Limited Liability ในทางเศรษฐศาสตร์ อดัม สมิท ได้ให้แนวคิดว่า การวัดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่งนั้น   สามารถวัดได้จากการที่ประเทศนั้นสามารถสะสมเงินตราต่างประเทศได้มากหรือสามารถหามาได้ซึ่งเงินตราของต่างประเทศจำนวนมาก     เพื่อการนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าที่ตนต้องการ    ดังนั้นภาระกิจของคนในชาติที่สำคัญก็คือ จะต้องกระทำทุกวิถีทาง   ทุกวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศให้มากที่สุดเท่าที่ตนสามารถจะกระทำได้

ในอดีตหลักกฎหมายทางเศรษฐศาสตร์มีอยู่ว่า มนุษย์ทุกคนเป็นหนี้ต้องใช้  และถ้าไม่มีเงินที่จะนำไปชำระแก่เจ้าหนี้ของตนก็จะถูกริบทรัพย์สินอื่น  บุตรและภริยา  ทำให้มนุษย์ไม่กล้าที่จะลงทุนเพราะกลัวว่าจะถูกริบทรัพย์สิน บุตรและภริยา   ดังนั้นมนุษย์จึงขนขวายที่จะหาทรัพย์สินมาเก็บรักษาไว้ไม่ยอมที่จะนำไปลงทุน  เมื่อไม่กล้าที่ลงทุนการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของประเทศจึงกระทำได้ยาก

ในสมัยต่อมาเมื่อเกิดมีแนวคิดการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดขึ้น  หลัก Limited Liability จึงถูกนำมาใช้ กล่าวคือความรับผิดของผู้ลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด จะจำกัดอยู่เฉพาะทุนที่ได้ลงไปในรูปหุ้นส่วน

 

 ๒.๒ หลัก Cooperated Porronality

 

หลัก Cooperated Porronality หรือหลักการเป็นเจ้าของร่วม  เมื่อมองในรูปของบริษัทจำกัด เจ้าหรือผู้ถือหุ้นนั้นเป็นบุคคลแยกต่างหากจากบริษัท  แม้ว่าจะเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทเป็นเจ้าของร่วมในทรัพย์สินของบริษัท   แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์ใด ๆ ในทรัพย์สินของบริษัทดังกล่าวนั้นอย่างเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยทั่วไป  เพราะตัวบริษัทจำกัดโดยแท้จริงแล้วไม่ใช่ตัวผู้ถือหุ้น  แต่เป็นนิติบุคคลที่แยกต่างหากจากตัวผู้ถือหุ้น   ซึ่งหลัก Cooperated Porronality นี้เป็นหลักนิติบุคคลโดยเคร่งครัด  ตราบใดที่บริษัทยังคงอยู่ตัวผู้ถือหุ้นจะเรียกคืนทุนหรือหุ้นที่ตนไดลงไปไม่ได้ จนกว่าบริษัทจำกัดเลิกกัน

ตามความคิดเห็นของข้าพเจ้า หลัก Cooperated Porronality หรือหลักการเป็นเจ้าของร่วมในบริษัทจำกัด   เป็นสิทธิในทางหนี้มากกว่าที่จะเป็นสิทธิในทางทรัพย์ กล่าวคือผู้ถือหุ้นมีหนี้ค่าหุ้นที่ตนยังส่งใช้ไม่ครบ และมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ในเงินปันผลจากการกำไรสุทธิ และถ้าบริษัทเลิกกันก็มีสิทธิที่จะได้รับส่วนคืนทุนถ้าหากมี 

 

๒.๓ หลัก Ultra Vires

 

หลัก Ultra Vires หมายถึงหลักวัตถุประสงค์ กล่าวคือบริษัทเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลที่กฎหมายสมมติขึ้นมามีสิทธิและหน้าที่เหมือนบุคคลธรรมดา เว้นแต่สิทธิหน้าที่นั้นมีได้เฉพาะแต่บุคคลธรรมดาเท่านั้น แต่ทั้งนี้นิติบุคคลไม่มีชีวิตจิตใจ เหมือนดั่งบุคคลธรรมดา สิทธิ อำนาจและหน้าที่ของนิติบุคคลจึงกระทำหรือแสดงออกโดยผ่านผู้แทนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายบัญญัติและที่กำหนดไว้ในตราสารจัดตั้งนิติบุคคลนั้น ๆ 

การใดๆ   หากอยู่นอกเหนือกรอบวัตถุประสงค์ นอกเหนือหรือเกินขอบเขตอำนาจ ย่อมไม่ผูกพันนิติบุคคล  กรรมการหรือผู้แทนนิติบุคคล  ซึ่งได้กระทำการดังกล่าวต้องรับผิดเป็นการส่วนตัวเพราะเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ นิติบุคคลหรือบริษัทหรือผู้ถือหุ้นจะให้สัตยาบันก็ไม่ได้

 

ประเภทของวัตถุประสงค์

(๑)                          วัตถุประสงค์หลักหรือวัตถุประสงค์โดยตรง  หมายถึงวัตถุประสงค์ที่กฎหมายบัญญัติไว้ตามลักษณะแห่งนิติบุคคลนั้นๆ และตามที่กำหนดไว้ในตราสารจัดตั้งนิติบุคคล

(๒)                        วัตถุประสงค์โดยปริยาย  หมายถึงการกระทำที่เกี่ยวเนื่องหรือเพื่อบรรลุถึงวัตถุประสงค์โดยตรง

ผลของการกระทำนอกกรอบวัตถุประสงค์  นอกเหนืออำนาจหน้าที่ ของนิติบุคคลตามหลักแห่งกฎหมายว่าด้วยบริษัทจำกัด  มีดังต่อไปนี้

(๑) การกระทำใดๆ ที่ผู้จัดการ กรรมการ  หรือผู้แทนนิติบุคคลได้กระทำไปหากอยู่นอกกรอบวัตถุประสงค์  นอกเหนืออำนาจหน้าที่ย่อมไม่ผูกพันนิติบุคคล   บุคคลเหล่านั้นต้องรับผิดเป็นการส่วนตัว

(๒) การกระทำนอกกรอบวัตถุประสงค์ นอกอำนาจหน้าที่ ที่กรรมการหรือผู้แทนได้กระทำไปนิติบุคคล บริษัทหรือผู้ถือหุ้นจะให้สัตยาบันต่อการกระทำนั้นไม่ได้

(๓) กรณีที่สัญญายังไม่ได้ปฏิบัติต่อกัน  คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งจะฟ้องร้องให้บริษัทปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้

(๔) กรณีที่ได้ปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนแล้วและบริษัทได้รับประโยชน์จากสัญญาดังกล่าว  บริษัทจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

(๕) หากนิติบุคคลหรือบริษัทต้องสูญเสียทรัพย์สินไป  เพราะการกระทำนอกกรอบวัตถุประสงค์ นอกเหนืออำนาจหน้าที่ บริษัทสามารถติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวได้ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์

 

  ๒.๔ หลักสุจริต

 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕ การใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต มาตรา ๖ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต

ตามหลักสุจริตนี้หมายความว่า การใดๆ ที่กรรมการ  ผู้แทนนิติบุคคลได้กระทำไปเกินอำนาจ หรือนอกอำนาจหน้าที่ของผู้แทน  ของกรรมการ หากบุคคลภายนอกเขาสุจริต  ไม่ทราบถึงการผิดระเบียบนั้น  ย่อมได้รับการคุ้มครองตามหลักดังกล่าว  บริษัทหรือนิติบุคคลจะปฏิเสธความรับผิดไม่ได้

 

  ๒.๕ หลักจดทะเบียนและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

นิติบุคคลหรือบริษัทนั้น  จะต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ณ หอทะเบียนที่สำนักงานแห่งใหญ่ของบริษัทนั้นตั้งอยู่  เมื่อได้จดทะเบียนแล้วถือว่ารายการหรือเอกสารถูกต้องและแท้จริง  เนื่องจากเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารมหาชน  นิติบุคคลหรือบริษัทก็ดี  ผู้ถือหุ้นก็ดี กรรมการก็ดี   ถูกปิดปากมิให้ปฏิเสธความถูกและแท้จริงแห่งรายการหรือเอกสารนั้น  และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว  บุคคลภายนอกก็ถูกปิดปากเช่นเดียวกัน




บทความกฏหมาย

คำนำหน้าชื่อของผู้หญิง article
กระเทย article
สามี-ภริยาไม่จดทะเบียน article
"หย่า" อย่างไทย article
กรณีการชักดาบค่าน้ำมัน article
ซีดีเถื่อน
ขอถนนคืน article
หลังแดง article
โอนที่ดินผิดแปลง article
จอดรถในห้างฯ...แล้วหาย article
สัญญา article
สิทธิในการกำกับดูแลกิจการในบริษัท
ทุนของบริษัท
โครงสร้างความรับผิดทางอาญา
กฎหมายอาญาไม่มีผลย้อนหลัง
โทษและการลงโทษทางอาญา
ประเพณี article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Laslaws Law Office Co., Ltd 55/19 Narathiwat Ratchanakarint Rd. Yannawa,Sathorn,Bangkok 10120 Tel:02-6762988 Fax:02-6762989