ReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานกฎหมายลาสลอว์
dot
bulletบริการด้านกฎหมาย
bulletบริการด้านอสังหาริมทรัพย์
bulletบริการด้านบัญชี-บุคคล
dot
เวปกฎหมายที่น่าสนใจ
dot
bulletศาลอาญา
bulletศาลฎีกา
bulletศาลปกครอง
bulletเนติบัณฑิตยสภา
bulletศาลยุติธรรม
bulletศาลรัฐธรรมนูญ
bulletศาลล้มละลายกลาง
bulletศาลแรงงานกลาง
bulletศาลอุทธรณ์
bulletสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
bulletกระทรวงยุติธรรม
bulletสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
bulletสำนักเลขาธิการวุฒิสภา
bulletสภาทนายความ
bulletกรมสอบสวนคดีพิเศษ
bulletศาลแพ่งกรุงเทพใต้
bulletกรมพัฒนาธุรกิจการค้า




"หย่า" อย่างไทย article

“หย่า” อย่างไทย

 โดย...นายพัฒนศักดิ์  ปิ่นศิริ

                   สามีภรรยาวิวาทจะหย่ากัน สามีให้หนังสือแก่ภรรยา ภรรยาให้หนังสือแก่สามีต่อหน้าผู้เฒ่าผู้แก่ ท่านว่าฟังเอาหนังสือสามีภรรยานั้นได้ เขาสามีภรรยาขาดจากผัวเมียกัน”
          “ภรรยาสามีไม่ชอบเนื้อตรึงใจกัน เขาจะหย่ากันไซร้ตามน้ำใจเขา เหตุว่าเขาทั้งสองนั้นสิ้นบุญกันแล้ว จะจำใจให้อยู่ด้วยกันมิได้....

          ประโยคข้างต้น ท่านผู้อ่าน อ่านแล้วคงจะเห็นว่าเป็นสำนวนที่ไม่คุ้นเคย และ ดูจะโบราณไปสักหน่อย นะครับ แต่ท่านคงจะแปลความได้ว่าเป็นการกล่าวถึง วิธีการ “หย่า” แบบไทย ๆ ในสมัยโบราณ ความจริงวิธีการหย่าร้างของคู่สามีภรรยาดังกล่าวข้างต้น เป็นส่วนหนึ่ง ของบทบัญญัติใน “กฎหมายตราสามดวง“ อันเป็นกฎหมายเกี่ยวกับครอบครัวที่บังคับใช้ในยุคก่อน 

          ปัจจุบัน เหตุและวิธีการหย่า ได้มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 หมวด 6 มาตรา 1501 – 1535 ซึ่ง ว่าด้วยการสิ้นสุดแห่งการสมรส โดยมาตรา 1514 ได้บัญญัติว่า


          “การหย่านั้น จะทำได้แต่โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำพิพากษาของศาล การหย่าโดยความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน”
มาตรา 1515 บัญญัติเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของการหย่า ว่า
          “……การหย่าโดยความยินยอมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อสามีและภริยาได้จดทะเบียนการหย่านั้นแล้ว”
มาตรา 1516 บัญญัติเกี่ยวกับเหตุหย่า (โดยสังเขป) ว่า
         “สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือภริยามีชู้, สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว เป็นเหตุให้อีกฝ่ายได้รับความอับอายอย่างร้ายแรง หรือได้รับความดูถูกเกลียดชังหรือได้รับความเสียหายเดือดร้อนเกินควร, สามีหรือภริยาทำร้าย ทรมานร่างกาย จิตใจ หรือหมิ่นประมาทเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่ง หรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง โดยเป็นการร้ายแรง, สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งเกิน 1 ปี, …ฯลฯ.. สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกาย ทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล ……..อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้”

เมื่อเปรียบเทียบกฎหมายตราสามดวง(ที่ยกเลิกไปแล้ว) และกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน ข้างต้น พึงจะสังเกตเห็นได้ว่า ตามกฎหมายตราสามดวง วิธีการหย่าทำกันอย่างเรียบง่าย โดยเพียงแต่ ฝ่ายสามีให้หนังสือแก่ภรรยา และภรรยาให้หนังสือต่อสามี ต่อหน้าผู้เฒ่าผู้แก่ ก็ถือว่าทั้งคู่ขาดกัน หรือหย่ากันโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว โดยไม่จำต้องไปจดทะเบียนที่อำเภอ ไม่ต้องฟ้องศาล ไม่ต้องหาพยานให้ยุ่งยาก เพียงแต่ทำต่อหน้าผู้เฒ่าผู้แก่ที่เป็นญาติผู้ใหญ่แต่ละฝ่ายก็พอแล้ว ซึ่งต่างจากกฎหมายที่บัญญัติอยู่ในปัจจุบัน

          สำหรับเหตุหย่านั้น หากพิจารณาดูจากกฎหมายตราสามดวง ซึ่งบัญญัติว่า

 “ภรรยาสามีไม่ชอบเนื้อตรึงใจกัน เขาจะหย่ากันไซร้ตามน้ำใจเขา เหตุว่าเขาทั้งสองนั้นสิ้นบุญกันแล้ว จะจำใจให้อยู่ด้วยกันมิได้”

หากแปลเป็นไทยง่าย ๆ ก็คือ เมื่อคุณทั้งสองไม่ถูกใจกัน อยู่ด้วยกันไม่ได้ และสมัครใจจะหย่าร้างกัน ก็ตามใจคุณ เป็นเรื่องของผัวเมีย เมื่อไม่ใช่เนื้อนาบุญกัน และบัดนี้ บุพเพได้เริ่มอาละวาดแล้ว ก็เลิกกันไป (คนอื่นไม่เกี่ยว)
          คำว่า “ไม่ชอบเนื้อตรึงใจกัน” ประโยคนี้เพียงประโยคเดียว ผู้เขียนเห็นว่า ครอบคลุมเหตุฟ้องหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 เกือบทั้งหมดแล้ว แม้ตาม มาตรา 1516 บางอนุมาตรา จะเป็นเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่การที่อีกฝ่ายยกขึ้นกล่าวอ้างเพื่อฟ้องหย่า ก็มีความหมายอยู่ในตัวว่า คุณ “ต้องการหย่าเต็มที” เพราะ “ไม่ชอบเนื้อตรึงใจ” อีกฝ่ายแล้ว จึงนำคดีมาสู่ศาล 


         
อย่างไรก็ตาม ที่ผู้เขียนหยิบยกกฎหมายที่ยกเลิกแล้ว มาเปรียบเทียบกับกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน คงมิได้มีเจตนาจะเปรียบเทียบว่ากฎหมายไหนดีกว่ากันนะครับ และด้วยความรู้ที่มีอยู่น้อยนิด จึงคงมิกล้าหาญชาญชัยจะวิจารณ์ผู้บัญญัติกฎหมายหรอกนะครับ หากแต่ประสงค์จะให้เห็นว่า ผู้บัญญัติกฎหมายแต่ยุคก่อน ช่างคิดและปราณีตบรรจงอย่างยิ่งในการบัญญัติกฎหมายเพื่อให้สอดรับกับสังคมและวัฒนธรรมแบบไทย ๆ ที่เล็งเห็นว่า การหย่าร้างเป็นเรื่องของคนสองคนกับหมู่ญาติของแต่ละฝ่ายที่สมควรจะรับรู้การหย่านั้น เหตุและวิธีการหย่าบางอย่าง มิใช่แนวคิดและวัฒนธรรมไทย อาทิเช่น เหตุหย่าจากการที่อีกฝ่ายไม่สามารถร่วมประเวณีได้ตลอดกาล ผู้เขียนเห็นว่า เหตุหย่านี้ คงไม่มีภรรยาคนใดอยากยกขึ้นมาเป็นเหตุฟ้องหย่านะครับ (หากไม่จำเป็น) เพราะโดยสังคมวัฒนธรรมไทย ผู้หญิงไทยย่อมอับอายที่จะนำเรื่องบนเตียงมาเปิดเผย การที่จะไปพิสูจน์ว่า สามีไม่มีน้ำยา หมึกหมด และขอหย่า ก็คงจะไม่มี


          ปัจจุบันมีสถิติว่า นับแต่ประเทศไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง สถิติการหย่า ร้างมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ซึ่ง ในมุมมองของนักสังคม ได้วิเคราะห์ในเชิงวิชาการว่า วิกฤติเศรษฐกิจทำให้เกิดปัญหาการหย่าร้างอันเป็นปัญหาครอบครัว แต่ในมุมมองของพ่อค้า นักธุรกิจ นักกฎหมาย อาจมองได้ว่า เป็น “การหย่าเพื่อหนีหนี้” คู่สามีภรรยาที่หย่าเพื่อหนีหนี้ (แต่ยังอยู่หอร่วมห้องภายหลังหย่า) จะมีประโยคฮิตแจ้งนายทะเบียนทำนอง ว่า “เพราะเราไม่เข้าใจกัน” แต่ภายหลังรับใบหย่า พ้นสำนักงานเขต สำนักงานอำเภอ ก็จูงมือไปอยู่หอร่วมห้องเช่นเดิม
          การหย่าอย่างนี้ เป็น “การหย่าเอื้ออาทร” ซึ่งเป็นการหย่าอย่างไทย ๆ ในยุค “น้ำมันแพง” ครับ.

 




บทความกฏหมาย

คำนำหน้าชื่อของผู้หญิง article
กระเทย article
สามี-ภริยาไม่จดทะเบียน article
กรณีการชักดาบค่าน้ำมัน article
ซีดีเถื่อน
ขอถนนคืน article
หลังแดง article
โอนที่ดินผิดแปลง article
จอดรถในห้างฯ...แล้วหาย article
สัญญา article
กฎหมายองค์กรธุรกิจ article
สิทธิในการกำกับดูแลกิจการในบริษัท
ทุนของบริษัท
โครงสร้างความรับผิดทางอาญา
กฎหมายอาญาไม่มีผลย้อนหลัง
โทษและการลงโทษทางอาญา
ประเพณี article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
Laslaws Law Office Co., Ltd 55/19 Narathiwat Ratchanakarint Rd. Yannawa,Sathorn,Bangkok 10120 Tel:02-6762988 Fax:02-6762989