ReadyPlanet.com


การรับทรัพย์สินจากบิดามารดา


กระผมได้รับค่า ชพค. ชพส. จากบิดา มารดาที่เป็นครู ตอนบิดามารดา ตาย อยากทราบว่าเงินจำนวนนี้ ผมเป็นหนี้ธนาคารที่ถูกฟ้องขายบ้านทอดตลาดแล้ว เงินไม่พอกับค่าบ้าน เป็นส่วนต่างอยู่บ้าง ทางธนาคารจะสามารถยึดอายัด เงิน ชพค. และ ชพส. ที่พ่อและแม่มีให้ตอนตายไปแล้วได้หรือปล่าวครับ แล้วถ้าเกิดกรณีผมถูกฟ้องล้มละลายจากบ้านที่ขายถอดตลาด กระผมจะถูกอายัดเงิน ชพค. ชพส. ของครูที่เป็นพ่อแม่หรือปล่าวครับ ผมไม่แน่ใจอาจโชคดีไม่มีกฏหมายให้ยึดเงินค่าค่า ชพค. และ ชพส. เพื่อไว้ใช้ตอนอายุมาก ก็ไม่แน่ใจครับ



ผู้ตั้งกระทู้ อิสระ :: วันที่ลงประกาศ 2015-03-23 07:32:58


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3428986)

เงิน  ชพค. และ ชพส.  ไม่ใช่มรดกของพ่อแม่  เพราะเป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นมาหลังจากพ่อแม่เสียชีวิตแล้ว    เงินเหล่านี้ จะตกทอดแก่ใคร   ก็เป็นไปตามเจตนาของ พ่อแม่ ที่แสดงเจตนาไว้แต่แรก    ธนาคารจึงยึดงินเหล่านี้ไปใช้หนี้ไม่ได้ แต่...ในทางปฏิบัติ  การเป็บุตร จะให้พ่อแม่นอนตายทับหนี้  ก็ดูกระไรอยู่    คือตามกฎมายยึดไม่ได้  แต่กฎของสังคม หรือวิถีประชาชน  อาจร้ายแรงกว่ากฎหมายหลายเท่า  คือคำติฉินนินทาของผู้คน  ถ้าคุณคิดว่า ช่างมันฉันไม่แคร์  ก็คงไม่เป็นไร  ครับ

แนวคำพืพากษาศาลฎีกา เทียบเคียง.........

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2507
นางหล้า ปัญญากาหรือปัญญาก๋า
     โจทก์
นายสมชัย วุฑฒิปรีชา ที่ 1 เด็กชายสุกิจ ปัญญากา
     ผู้เยาว์โดยนางกุยคำ
ปัญญากาหรือฮุนจะนำ มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม ที่ 2
     ล.

 
ป.พ.พ. มาตรา 1600, 1646

 

          เงินช่วยเพื่อนครู(ช.พ.ค.) ซึงสมาชิกช่วยกันบริจาค เพื่ออนุเคราะห์ช่วยเหลืองานศพและครอบครัวของสมาชิกคนใดคนหนึ่งซึ่งถึงแก่กรรมลงนั้น ไม่ใช่กองมรดกของผู้ตาย ผู้ตายจึงทำพินัยกรรมยกให้ใครไม่ได้
 
________________________________
 

          โจทก์ฟ้องว่า นายสิงห์คำบุครโจทก์เป็นสมาชิกองค์การช่วยเพื่อนครู(ช.พ.ค.)จังหวัดลำพูน ก่อนถึงแก่กรรมนายสิงห์คำได้ทำพินัยกรรมยกเงิน ช.พ.ค.ทั้งสิ้นให้โจทก์ เมื่อนายสิงห์คำถึงแก่กรรมโจทก์ได้ขอรับเงิน ช.พ.ค. แต่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นศึกษาธิการจังหวัดลำพูนมีหน้าที่รับผิดชอบในองค์การนี้ไม่ยอมจ่ายเงิน ช.พ.ค.ให้แก่โจทก์แต่กลับไปจ่ายให้แก่จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นบุตรนายสิงค์คำ จึงขอให้จำเลยทั้งสองใช้เงิน ช.พ.ค.แก่โจทก์ตามพินัยกรรม

          จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ได้เอาเงินจำนวนนี้เข้าบัญชีธนาคารออมสินในนามของจำเลยที่ ๒ ตามข้อบังคับของ ช.พ.ค. จำเลยที่ ๒ ยังไม่ได้รับเงินจำนวนนี้ไป

          วันชี้สองสถานคู่ความแถลงรับขอ้เท็จจริงบางประการแล้วต่างไม่ติดใจสืบพยาน ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์

          โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

          โจทก์ฎีกา

          ศาลฎีกาเห็นว่า เงินช.พ.ค.นี้เป็นเงินที่สมาชิกช่วยกันบริจาคในเมื่อสมาชิกคนใดคนหนึ่งถึงแก่ความตายลง เพื่ออนุเคราะห์ช่วยเหลืองานศพและครอบครัว เฉพาะอย่างยิ่งบุตรของผู้ตาย เพื่อสวัสดิการประคับประคองฐานะตามสมควร ตัวผู้ตายเองหาได้สิทธิแต่ประการใดในเงินสงเคราะห์นี้ไม่ ต่อมาได้มีข้อบังคับเพิ่มเติมใน พ.ศ.๒๕๐๒ กำหนดว่าสมาชิกที่ออกจากราชการเช่นโดยเหตุสูงอายุ หรือรับราชการมานานนั้น ให้คณะกรรมการอำนวยการจ่ายเงินทุนสงเคราะห์ให้แก่สมาชิกผู้นั้น ซึ่งในกรณีนี้ศาลฎีกาเห็นว่า สมาชิกนั้นย่อมมีสิทธิจัดการแก่เงินน้นของตนได้ตามความพอใจ แต่เงินทุนสงเคราะห์ที่จ่ายให้เพราะเหตุมรณกรรมของสมาชิกนั้นเป็นอีกอย่างหนึ่งหาเหมือนกันไม่ คือ เป็นเงินเพื่อช่วยเหลืองานศพและอุปการะบุตรของผู้ตายในการศึกษาเล่าเรียนและการอาชีพโดยเฉพาะ มิใช่เป็นเงินหรือสิทธิที่จะพึงได้แก่ตัวสมาชิกเองดังเช่นผู้ที่ออกจากราชการ ฉะนั้น การที่นายสิงห์คำผู้ตายทำพินัยกรรมยกเงินทุนสงเคราะห์ที่องค์การ ช.พ.ค.จะจ่ายในเมื่อตนถึงแก่ความตายเช่นนี้ พินัยกรรมนั้นย่อมไม่มีผลบังคับ เพราะเงินนั้นไม่ใช่กองมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๐๐ ผู้ตายจึงไม่มีอำนาจแสดงเจตนาโดยพินัยกรรมสั่งเสียได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๘๖

          พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ค่าธรรมเนียมและค่าทนายความชั้นนี้ให้เป็นพับกันไป

 
 
 
( เสนอ บุณยเกียรติ - เชื้อ คงคากุล - ห้วน ประชาบาล )

ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม วันที่ตอบ 2015-03-23 12:38:29



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.