ReadyPlanet.com


ขอปรึกษาเรื่อง นส3 ของญาติ ทับ โฉนดเพื่อนบ้าน


ญาติแฟนมีที่ อยู่อาศัยมานานแล้ว น่าจะเกิน 50ปี อย่างปิดเผย

ที่แปลงนี้มี นส3 เมื่อก่อนไม่มีเงินเลยไม่ได้ไปทำเป็น โฉนด
ตอนนี้จะไปทำปรากฏว่าไปทับที่ของโฉนดข้างบ้านเลยทำไม่ได้ 
และข้างบ้านเมื่อก่อนไม่รู้เหมือนกันว่าโฉนดมาถึงแปลงนี้ด้วย แต่พอรู้ก็เค้าเลยจะขายที่(ทั้งสองบ้านไม่ถูกกัน)
อยากทราบว่าจะยังยั้งการขาย หรือ โอนโฉนดที่ดินแปลงนี้ไปให้คนอื่นได้หรือเปล่าครับ ต้องทำอย่างไร
ถ้าจะออกโฉนดต้องทำอย่างไรครับ
ขอบคุณครับ


ผู้ตั้งกระทู้ ทนานุวัฒน :: วันที่ลงประกาศ 2015-08-17 22:06:05


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3433807)

ตามข้อเท็จจริง  มีทางออกสองทาง คือ...

ทางแรก....ถือว่าเป็นการ ออกโฉนดที่ดินทับที่ดิน ที่ เป็น นส.3  ที่มีเจ้าของครอบครองอยู่  โฉนดส่วนที่ทับที่ดิน นส.3 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ฟ้องให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน ส่วนที่ออกทับที่ได้   แนวคำพิพาพษาศาลฎีกา เทียบเคียง...

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2046/2524
นายวิโรจน์ รัศมี
     โจทก์
นายเสรี วงศ์วิไล
     จำเลย

 
ป.พ.พ. มาตรา 456, 1299
ป.วิ.พ. มาตรา 142
ป.ที่ดิน

 

 

....ทางที่สอง...ในเมื่อมีการออกโฉนดทับที่ดิน  นส.3   และเจ้าของโฉนดที่ดิน  ปล่อยให้ถูกแย่งการครอบครองมาเกิน 10 ปี  ผู้ครอบครอง โดยสงบ โดยบเปิดเผย  ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ  จึงอ้างการครอบครองปรปักษ์  เพื่อให้ได้กรรมสิทธิ์  ในที่ดินที่ตนครอบครองอยูได้.....อย่างไรก็ตาม การเจรจากัน  ด้วยสันติวิธี   คือทางออกที่ดีที่สุด ครับ

          โฉนดที่พิพาทออกทับที่ของโจทก์ จึงเป็นการออกโฉนดที่ไม่ชอบแม้จะมีการโอนทางทะเบียนกี่ครั้งก็ตาม ผู้รับโอนก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ เพราะผู้ออกโฉนดไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ผู้รับโอนคนต่อมาแม้จะเสียค่าตอบแทนโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ก็ไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน

           โฉนดที่พิพาทออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้โจทก์ไม่มีคำขอศาลก็มีอำนาจสั่งเพิกถอนโฉนดที่พิพาทได้
 
________________________________
 

          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้ยกฟ้องแย้ง และเพิกถอนโฉนดเลขที่ 936 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไม่เพิกถอนโฉนดที่พิพาท จำเลยฎีกา

 

          ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจท์ จำเลยอ้างว่าได้ออกโฉนดเป็นของจำเลยแล้ว แต่โจทก์ไม่รู้เห็นยินยอมด้วย ขอให้พิพากษาห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์เป็นกรรมสิทธิ์ของนายสวัสดิ์ อินทุภูติ มีการโอนขายมาจนถึงจำเลย จำเลยกับนายแจ้ง สมงาม รับซื้อไว้โดยสุจริตและจดทะเบียนซื้อขายต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยสุจริต จึงฟ้อง แย้งให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกจากที่พิพาท ต่อมาจำเลยแถลงรับว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2506 โจกท์เข้าทำกินโดยปลูกพืชผลและปลูกกระท่อมในที่พิพาท จนถึงปี พ.ศ. 2508 จึงมีการออกโฉนดที่พิพาทแล้วโอนขายทางทะเบียนเรื่อยมา สุดท้ายจำเลยกับนายแจ้ง สมงาม รับซื้อไว้ ข้อเท็จจริงตามคำแถลงของจำเลยย่อมฟังได้ว่า โฉนดที่ดินที่ออกมานั้นออกทับที่ของโจทก์ จึงเป็นการออกโฉนดที่ไม่ชอบแม้จะมีการโอนทางทะเบียนกี่ครั้งก็ตาม ผู้รับโอนก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ เพราะนายสวัสดิ์ อินทุภูติ ผู้ออกโฉนดไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท ผู้รับโอนคนต่อมาแม้จะเสียค่าตอบแทนโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ก็ไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนโฉนดที่พิพาทที่ออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้โจทก์ไม่มีคำขอ ศาลก็มีอำนาจสั่งเพิกถอนได้

 

          พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นให้บังคับคดี ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ

 
 
 
( อัมพล สุวรรณภักดี - ชุบ วีระเวคิน - สมบูรณ์ บุญภินนท์ )
 
 

ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม วันที่ตอบ 2015-08-18 12:39:10



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.