ReadyPlanet.com


กฎหมายที่เกี่ยวกับการได้รับมรดกของบุตร


 อยากทราบว่าถ้าบิดาหรือมารดาถึงแก่กรรมแล้ว

ทรัพย์สินต่างๆเช่น ที่ดิน เงินฝาก ดอกเบี้ย เงินปันผล

ค่าเช่า หรือ ดอกผลต่างๆ ฯลฯ หรืออาจรวมถึงหนี้สิน

จะตกเป็นของทายาทตามกฎหมายโดยอัตโนมัติเลย

หรือไม่ครับ ถ้าบิดาหรือมารดาไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้

แล้วถ้าทายาทตามกฎหมายมีมากกว่าหนึ่งคน

กฎหมายมีข้อกำหนดในการแบ่งมรดกนี้อย่างไรครับ

เคยได้ยินมาว่าศาลจะมีประกาศแจ้งมาแล้วรอให้

มีผู้คัดค้านภายในเวลาที่กำหนดด้วยอ่ะครับ



ผู้ตั้งกระทู้ Gen.x :: วันที่ลงประกาศ 2015-11-28 01:18:05


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3439897)

มรดกของผู้ตาย  ย่อมตกทอดแก่ทายาท  โดยอัตโนมัติ  เช่นพ่อแม่ ตาย  มรดกต่างๆรวมทั้งหนี้สิน  ของพ่อแม่ ย่อมตกทอดแก่ลูกๆทุกๆคน คนละเท่ากัน....ในทางปฏิบัติ ทายาท ก็ต้องร้องศาลขอเป็นผู้จัดการมรดก   เพื่อนำมรดกมาแบ่งปันทายาท  โดยให้ผู้จัดการมรดก ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเจ้ามรดก ในการโอนทรัพย์สิน ให้แก่ทายาท....การร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก  ศาลก็ต้องประกาศหาผู้คัดค้าน ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม วันที่ตอบ 2015-11-28 12:44:22


ความคิดเห็นที่ 2 (3439982)

 ทายาทที่จะร้องขอเป็นผจก.มรดก จะเป็นทายาทลำดับที่เท่าไรก็ได้ใช่ใหมครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Gen.x วันที่ตอบ 2015-11-28 22:48:28


ความคิดเห็นที่ 3 (3439994)

ทายาทที่จะร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ได้  ต้องเป็นทายาทที่มีสิทธิ์รับมรดกเท่านั้น  หรือผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดกเท่านั้น... เช่น  เมื่อ พ่อแม่ตายลง  ผู้เป็นทายาทที่มีสิทธิ์รับมรดกของพ่อแม่ ก็คือ ลูกๆทุกคน  ส่วนทายาทตาม ปพพ. ม.1629  ที่ระบุไว้เป็นลำดับนั้น   ไม่มีสิทธิ์รับมรดกทุกคนแต่อย่างใด  เช่นถ้า เจ้ามรดกมีบุตร   พี่น้องของเจ้ามรดก ก็ไม่มีสิทธิ์รับมรดกแต่อย่างใด   เข้าทำนอง ญาติสนิท ตัดสิทธิ์ ญาติห่าง  ครับ

มาตรา ๑๖๒๙ ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับเท่านั้น และภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๑๖๓๐ วรรค ๒ แต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลังดั่งต่อไปนี้ คือ

(๑) ผู้สืบสันดาน

(๒) บิดามารดา

(๓) พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน

(๔) พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน

(๕) ปู่ ย่า ตา ยาย
(๖) ลุง ป้า น้า อา

  คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เป็นทายาทโดยธรรม ภายใต้บังคับของบทบัญญัติพิเศษแห่งมาตรา ๑๖๓๕

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2522
   เจ้ามรดกได้จดทะเบียนรับจำเลยที่ 2 เป็นบุตรบุญธรรม จำเลยที่ 2 จึงมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา 1586, 1627 เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรม มรดกจึงตกได้แก่จำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียว โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับเจ้ามรดกหามีสิทธิได้รับมรดกไม่

   ก่อนเจ้ามรดกถึงแก่กรรม โจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาแบ่งทรัพย์มรดกกัน แม้สัญญาดังกล่าวจะกระทำเพื่อระงับข้อพิพาทอันจะมีขึ้นในภายหน้าเข้าลักษณะ เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่ก็เป็นสัญญาที่ให้จำเลยที่ 2 ผู้มีสิทธิได้รับมรดกของเจ้ามรดกแต่ผู้เดียวจำหน่ายจ่ายโอนสิทธิในการรับ มรดกในทรัพย์มรดกบางส่วนให้แก่โจทก์ เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1619 ไม่มีผลใช้บังคับ



ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม วันที่ตอบ 2015-11-29 11:31:11



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.