ReadyPlanet.com


หลานฟ้องหมิ่นฯยายตัวเอง


 คุณยายเป็นคนโบราณยุคจอมพลป. ทำมาหากินสุจริต

จนมีทรัพย์สินเงินทองมั่งคั่งเป็นที่นับถือของคนมากมาย

นิสัยส่วนตัวท่านเป็นคนพูดโผงผางเสียงดังและชอบว่าหลาน

ตัวเองให้คนอื่นฟัง แล้วเรื่องที่ท่านชอบว่าก็เป็นเรื่องเท็จ

คือทึกทักเอาเอง เคยพยายามอธิบายให้เข้าใจก็ไม่ฟัง

กลายเป็นหลานผิดและหาว่าคนดีเค้าแก้ไขคนอะไรเค้าแก้ตัว

มีอีกหลายๆคำที่ไม่น่าฟัง สุดท้ายก็หาว่าหลานชวนทะเลาะอีก(เอาเข้าไป)คือเรื่องของเรื่องถ้ามีอะไรไม่พอใจหรือ

สงสัยเรื่องใดจะว่ากล่าวหรือเรียกคุยกันส่วนตัวก็คงไม่เป็นปัญหาอยู่แล้ว

แต่นี่ชอบเอาไปพูดให้คนอื่นฟัง ที่รู้เพราะเราได้ยินกะหู

เห็นกะตาตัวเอง บ้างก็มีคนใกล้ชิดมาบอก มันทำให้หลาน

ยายในสายตาคนอื่น มันดูแย่ ไม่เอาไหนเลย ซึ่งหลานก็คง

ไม่สามารถไปแก้ไขอธิบายให้ทุกคนฟังได้ คนที่รู้จักเราจริง

ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่รู้จักล่ะ มันก็แย่ไปเลย

หลายคนแนะนำให้วางเฉย แต่มันมากและนานเกินไปแล้ว

หลานจะฟ้องหมิ่นฯยายตัวเองได้มั๊ยคะ ก็เคยมีคนพยายาม

พูดกะยายให้ว่าที่ยายทำมันไม่ถูก แต่!!ไม่เป็นผล

คือยายคิดว่าตัวถูกที่สุดเก่งที่สุด กว่าจะมาถึงวันนี้ได้

ผ่านไรมามากมาย ฯลฯ อะไรทำนองนี้ค่ะเราก็ไม่เคยเถียง

เพราะยายเก่งจริงแกร่งจริง แต่มันไม่ใช่ข้ออ้างที่ถูกต้อง

มั้งคะ

 



ผู้ตั้งกระทู้ Gen.x :: วันที่ลงประกาศ 2016-03-29 18:43:06


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3450738)

หมิ่นประมาท

    ถ้าคำพูดของยาย  เป็นการใส่ความต่อบุคคลที่สาม(พูดกับคนทั่วๆไป) ที่ทำให้  หลาน  เสียชื่อเสียง  ถูกดูหมิ่น  หรือถูกเกลียดชัง  ถือว่ายายมีความผิดฐานหมิ่นประมาทหลาน มีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี  ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ปอ. ม.326  เป็นคดีที่สามารถยอมความกันได้   ต้องแจ้งความภายในสามเดือนที่ทราบเรื่องการกระทำความผิด  ในทางปฏิบัติ  ตำรวจก็คงให้ไกล่เกลี่ยเจรจากัน  แม้คดีจะผ่านไปถึงศาล   ศาลก็คงให้เจรจาไกล่เกลี่ยกัน เช่นกัน  ถ้าสามารถเจรจากันได้ลงตัว คดีอาญาจะยุติ....ดีหรือชั่ว อยู่ที่ตัวของเราเป็นสำคัญ  คำพูดที่อาจทำให้เสียหาย  ก็ไม่ทำให้ผู้ถูกดูหมิ่น  เป็นคนชั่วไปได้  คนดีๆที่มีวิจารณญาณ  ย่อมสามารถแยกแยะได้ว่า ดีชั่วคืออะไร   ถ้าสามารถปล่อยวางลงได้   จะมีความสุข  การดำเนินคดีนั้นมีช่องทางของกฎหมายให้ทำได้  แต่ไปๆมาๆ  อาจกลายเป็นว่า ไปรังแกคนแก่  ซึ่งคงไม่คุ้มค่าเสียเวลาไปโดยไม่จำเป็น ด้วยความปรารถนาดี ครับ

แนวคำพิพากษา ศาลฎีกา.......

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1623/2551
พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครเหนือ
     โจทก์
นางสาว.........
     จำเลย

 
ป.อ. มาตรา 326, 393

 
          การดูหมิ่นผู้อื่นอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 393 หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าววาจาอย่างไรเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูถูกเหยียดหยามสบประมาทผู้ที่ถูกล่าวถึง หรือเป็นการทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวถึงอับอายหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็ถือได้ว่าเป็นการดูหมิ่นแล้ว ไม่ต้องถึงกับเป็นการใส่ความให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ซึ่งเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 326
          ตามพจนานุกรมให้หมายความคำว่า “เฮงซวย” ว่า เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ คุณภาพต่ำ ไม่ดี ซึ่งมีความหมายในทางเสื่อมเสีย การที่จำเลยพูดใส่ผู้เสียหายด้วยความไม่พอใจว่า “ไอ้ทนายเฮงซวย” จึงเป็นถ้อยคำที่จำเลยด่าผู้เสียหายเป็นการดูถูกเหยียดหยามและสบประมาทผู้เสียหายว่าเป็นทนายความเฮงซวย เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 393
 
________________________________
 

 

 

 
 
( ธนัท วิรบุตร์ - ไพโรจน์ วายุภาพ - พิชัย อภิชาตอำมฤต )
 
 

          โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2542 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยกล่าววาจาดูหมิ่นนายทรงศักดิ์ผู้เสียหาย ซึ่งหน้าว่า “เสร็จเรื่องนี้แล้วไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก ไอ้ทนายเฮงซวย” ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 และนับโทษต่อจากคดีดังกล่าว
          จำเลยให้การปฏิเสธ
          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 ลงโทษปรับ 1,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อนั้น เนื่องจากคดีนี้ศาลไม่ได้ลงโทษจำคุกจำเลยจึงไม่อาจนับโทษต่อให้ได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้
          จำเลยอุทธรณ์
          ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
          จำเลยฎีกา
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “มีปัญหาต้องวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวต่อผู้เสียหายว่า “เสร็จเรื่องนี้แล้วไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก ไอ้ทนายเฮงซวย” นั้น เป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 ดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัยหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า การที่จะวินิจฉัยว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูหมิ่นหรือไม่ต้องพิจารณาตามความหมายของคำตามความรู้สึกของบุคคลทั่วไปว่าทำให้เกิดความรู้สึกดูหมิ่นเกลียดชังผู้ที่ถูกกล่าวหรือไม่ แต่ศาลอุทธรณ์พิจารณาแต่เพียงความหมายของคำตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เท่านั้น ซึ่งจำเลยเห็นว่าคำพูดว่า “ไอ้ทนายเฮงซวย” ตามความรู้สึกของบุคคลทั่วไปไม่ทำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังแต่อย่างใด คำพูดของจำเลยจึงไม่เป็นการดูหมิ่นผู้เสียหาย นั้น เห็นว่า การดูหมิ่นผู้อื่นอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าววาจาอย่างไรเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูถูกเหยียดหยามสบประมาทผู้ที่ถูกกล่าวถึง หรือเป็นการทำให้ผู้ที่ถูกกล่าว หรือเป็นการทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวถึงอับอายหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็ถือได้ว่าเป็นการดูหมิ่นแล้ว ไม่ต้องถึงกับเป็นการใส่ความให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังดังจำเลยฎีกา ซึ่งเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 คดีนี้ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 22 ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลยเฉพาะอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยกล่าวต่อผู้เสียหายว่า “เสร็จเรื่องนี้แล้วไม่ต้องมาเหยียบที่นี่อีก ไอ้ทนายเฮงซวย” เนื่องจากความไม่พอใจในการปฏิบัติหน้าที่ทนายความของผู้เสียหาย โดยกล่าวในขณะที่มีเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งไปตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีอาญาและพี่น้องของจำเลยซึ่งผู้เสียหายรับเป็นทนายความอยู่ในบริเวณนั้น เมื่อตามพจนานุกรมให้หมายความคำว่า “เฮงซวย” ว่า เอาแน่นอนอะไรไม่ได้ คุณภาพต่ำ ไม่ดี ซึ่งมีความหมายในทางเสื่อมเสีย การที่จำเลยพูดใส่ผู้เสียหายด้วยความไม่พอใจว่า “ไอ้ทนายเฮงซวย” จึงเป็นถ้อยคำที่จำเลยด่าผู้เสียหายเป็นการดูถูกเหยียดหยามและสบประมาทผู้เสียหายว่าเป็นทนายความเฮงซวย ที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาความหมายคำว่า “เฮงซวย” ตามพจนานุกรม และวินิจฉัยว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวเป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 จึงชอบแล้ว”
          พิพากษายืน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม วันที่ตอบ 2016-03-30 05:32:36


ความคิดเห็นที่ 2 (3450797)

 ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ เราคงไม่ฟ้องร้องยายตัวเอง

ล่ะค่ะ ท่านก็อายุแปดสิบอัพแล้ว ก็คงยกให้ท่านเป็นตัวอย่าง

ให้ลูกๆหลานๆเห็นถึงการทำงานด้วยความเพียร เก็บออมจน

ประสบความสำเร็จในชีวิต ลูกและหลานก็มีชีวิตที่สุขสบาย

จากดอกผลที่ท่านได้สร้างเอาไว้มากมายเก็บกินได้ชั่วชีวิต

ขอบพระคุณอีกครั้งนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น Gen.x วันที่ตอบ 2016-03-31 03:22:59


ความคิดเห็นที่ 3 (3450994)

อย่าไปฟ้องร้องท่านเลยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายประมุข0873611107 (pramook_law-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2016-04-01 16:06:31



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.