ReadyPlanet.com


ผูกข้อมือ


 คือดิฉันอยากทราบว่า น้องชายได้ผูกข้อมือกับแฟน ทางฝ่ายหญิงเรียกเงิน100,000บาท ทอง2บาท แต่มีข้อตกลงว่าหลังวานจบต้องคืนมา40,000 เพราะเราซึ่งเปนพี่สาวออกให้ จำนวนคือ100,000 บาท เราเลยบอกเค้าไปว่า4หมื่นที่เหลือให้น้องชายเปนคนหามาใช้เอง ทางฝ่ายหญิงเหมือนไม่พอใจ พยามยามขู่จะพาแฟนน้องชายกลับไปอยู่บ้านเหมือน กรณีแบบนี้ ถ้าน้องไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนที่ผูกข้อมือได้ ทางเราสามารถเรียกเงินค่าสินสอดคืนได้ไหมค่ะ  



ผู้ตั้งกระทู้ อุมาภรณ์ (Butterfly_naja-at-outlook-dot-co-dot-th) :: วันที่ลงประกาศ 2016-10-02 23:30:38


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (3491344)

สินสอด

   คงเรียกคืนไม่ได้  ตามแนวคำพืพากษาที่ยกมา...

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2535
นาย ....................... กับพวก
     โจทก์
นาย ......................... กับพวก
     จำเลย

 
ป.พ.พ. มาตรา 1435, 1437, 1439

 

          โจทก์ที่ 2 กับจำเลยที่ 3 เพียงแต่ประกอบพิธีแต่งงานเพื่ออยู่กินกันตามประเพณีโดยไม่มีเจตนาจะจดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายเงินทั้งหลายที่ฝ่ายโจทก์มอบให้ฝ่ายหญิง จึงไม่ใช่ของหมั้นและสินสอดตามกฎหมาย แม้จะมีการหมั้นกันตามประเพณีและมอบทรัพย์สินให้แก่กันในขณะจำเลยที่ 3 อายุยังไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์ โจทก์ก็หามีสิทธิเรียกคืนไม่
 
________________________________
 

          โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นบิดาโจทก์ที่ 2 ได้สู่ขอและหมั้นจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นบุตรสาวของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้โจทก์ที่ 2 ด้วยเงินสด 4,000 บาท และในวันทำพิธีสมรส โจทก์ทั้งสองได้มอบเงินสินสอดจำนวน 11,000 บาท และต้องเสียค่าอาหารและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จำนวน 10,150 บาท แต่หลังจากการสมรสแล้วจำเลยที่ 3 ไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรสและไม่ยอมอยู่กินเป็นสามีภรรยากับโจทก์ที่ 2 ต่อมาโจทก์ทั้งสองทราบความจริงว่าขณะหมั้นจำเลยที่ 3อายุไม่ครบ 17 ปี การหมั้นจึงตกเป็นโมฆะ จำเลยทั้งสามต้องคืนเงินของหมั้นและเงินสินสอดกับชดใช้ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายต่าง ๆแก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสามไม่คืนและไม่ชดใช้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 25,150 บาท กับดอกเบี้ย 396 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 25,150 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

          จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เรียกสินสอดจากโจทก์อย่างเดียวเป็นเงิน 15,000 บาท หลังทำการสมรสโจทก์ที่ 2อยู่กินกับจำเลยที่ 3 เป็นเวลา 2 เดือนเศษ แล้วออกจากบ้านไปเองโจทก์ที่ 2 ไม่เคยเรียกร้องให้มีการจดทะเบียนสมรสจำเลยที่ 3ยังพร้อมที่จะจดทะเบียนสมรสและอยู่กินกับโจทก์ที่ 2 จำเลยทั้งสามไม่ผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้อง

          ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน15,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก

          จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามไม่ต้องคืนเงินของหมั้นและเงินสินสอดแก่โจทก์ทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

          โจทก์ทั้งสองฎีกา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏจากการนำสืบของโจทก์ว่า ทั้งก่อนและในวันแต่งงานฝ่ายโจทก์ได้เคยพูดกับทางฝ่ายจำเลยถึงเรื่องการจดทะเบียนสมรสให้เป็นกิจจะลักษณะ ตลอดเวลาที่อยู่กินด้วยกันประมาณ 1 เดือน โจทก์ที่ 2 ก็ไม่เคยขอให้จำเลยที่ 3ไปจดทะเบียนสมรส กลับได้ความจากโจทก์ที่ 2 เองว่า โจทก์ที่ 2ไม่เคยมีความคิดที่จะจดทะเบียนสมรสกับจำเลยที่ 3 มาก่อน โจทก์ที่ 2ไปขอให้จำเลยที่ 3 ไปจดทะเบียนสมรสตามคำแนะนำของทนายความนอกจากนั้นโจทก์ที่ 2 ยังเบิกความว่า แม้จำเลยที่ 3 อายุไม่ครบ17 ปี โจทก์ที่ 2 ก็จะแต่งงานด้วย ซึ่งแสดงว่าโจทก์ที่ 2มุ่งประสงค์จะแต่งงานอยู่กินกับจำเลยที่ 3 ตามประเพณีเป็นสำคัญหาได้นำพาต่อการจดทะเบียนสมรสไม่ เมื่อโจทก์ที่ 2 กับจำเลยที่ 3เพียงแต่ประกอบพิธีแต่งงานเพื่ออยู่กินกันตามประเพณี ไม่มีเจตนาจะจดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย เงินทั้งหลายที่ฝ่ายโจทก์มอบให้แก่ฝ่ายจำเลยจึงไม่ใช่ของหมั้นและสินสอดตามกฎหมาย แม้จะมีการหมั้นกันตามประเพณีและมอบทรัพย์สินให้แก่กัน ในขณะที่จำเลยที่ 3อายุยังไม่ครบ 17 ปีบริบูรณ์ โจทก์ก็หามีสิทธิเรียกคืนไม่

          พิพากษายืน

 
 

ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม วันที่ตอบ 2016-10-03 00:16:44


ความคิดเห็นที่ 2 (3491380)

เรียกคืนไม่ได้ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายประมุข0873611107 วันที่ตอบ 2016-10-03 07:46:52



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.