ReadyPlanet.com


การขายวัสดุ


 เปลี่ยนกระเบื้องหลังคาโรงเรียน ใหม่ แล้วขายกระเบื้องเก่า เงินที่ได้ รร นำไปใช้ได้หรือป่าว



ผู้ตั้งกระทู้ ผู้คุมงาน :: วันที่ลงประกาศ 2017-01-23 11:23:11


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4032400)

 การจำหน่ายวัสดุของราชการ

  มีระเบียบสำนักงานนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ปี  2535 บอกขั้นตอนในการปฏิบัติเรื่องเหล่านี้ ไว้โดยละเอียด  ซึ่งโรงเรียนควรต้องมีระเบียบนี้ ไว้ เป็นคู่มือในการปฏิบัติงาน  ถ้าไม่ยึดตามระเบียบนี้  เมื่อ  สตง.  มาตรวจ จะตอบคำถามเขาได้อย่างไร...หลักการ แม้สุจริต  แต่ผิดระเบียบ จะต้องถูกลงโทษทางวินัย  ก็ขอสรุปมาย่อๆพอสังเขป  ควรดาวน์โหลดฉบับเต็มไว้ศึกษา ด้วยความปรารถนาดี ครับ

 

การตรวจสอบพัสดุประจำปี (ระเบียบฯ ข้อ 155 – 156)
1. ก่อนวันที่ 30 กันยายนของทุกปี ให้หัวหน้าส่วนราชการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการของหน่วยงานนั้น
ซึ่งมิใช่เจ้าหน้าที่พัสดุคนหนึ่งหรือหลายคน เพื่อตรวจสอบการการรับจ่ายพัสดุตั้งแต่งวดวันที่ 1 ตุลาคม ปีก่อน จนถึงวันที่
30 กันยายนปีปัจจุบัน และตรวจนับพัสดุประเภทที่คงเหลืออยู่เพียงสิ้นงวดนั้น
2. ในการตรวจสอบ ให้เริ่มดำเนินการตรวจสอบในวันเปิดทำการแรกของเดือนตุลาคมเป็นต้นไป
ว่ารับจ่ายพัสดุถูกต้องหรือไม่ พัสดุคงเหลืออยู่ตามบัญชีหรือไม่ มีพัสดุใดชำรุด หรือเสื่อมสภาพ หรือสูญไป เพราะเหตุใด
หรือพัสดุไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการต่อไป แล้วให้นำเสนอรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อผู้แต่งตั้งภายใน 30
ปีที่ 32 ฉบับที่ 208 ประจำเดือนเมษายน - มิถุนายน 2552
17
วันทำการ นับแต่วันที่เริ่มตรวจสอบพัสดุนั้น เมื่อผู้แต่งตั้งได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว ให้ส่งรายงานเสนอ
ตามลำดับชั้นจนถึงหัวหน้าส่วนราชการ จำนวน 1 ชุด และรายงานไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือสำนักงาน
ตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคแล้วแต่กรณี จำนวน 1 ชุด
3. เมื่อหัวหน้าส่วนราชการได้รับรายงานดังกล่าว และปรากฏว่ามีพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป
หรือไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการต่อไป ก็ให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงขึ้นคณะหนึ่ง
กรณีที่เห็นชัดเจนว่า เป็นการเสื่อมสภาพเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติ หรือสูญไปตามธรรมชาติ
ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการจำหน่ายต่อไปได้ ถ้าผลพิจารณาปรากฏว่า จะต้องหาตัวผู้รับผิดด้วย
ให้หัวหน้าส่วนราชการดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ
การจำหน่ายพัสดุ
หลังจากการตรวจสอบแล้ว พัสดุใดหมดความจำเป็นหรือหากใช้ในราชการต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก
ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการ เพื่อพิจารณาสั่งให้ดำเนินการตามวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(ระเบียบฯ ข้อ 157)
1. ขาย ให้ดำเนินการขายทอดตลาดก่อนแต่ถ้าขายโดยวิธีการทอดตลาดแล้วไม่ได้ผลดี ให้นำวิธีที่กำหนด
เกี่ยวกับการชื้อมาใช้โดยอนุโลม เว้นแต่การขายพัสดุครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาชื้อได้มารวมกันไม่เกิน 100,000 บาท จะขายโดย
วิธีตกลงราคาโดยไม่ต้องทอดตลาด
การขายให้แก่ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ
หรือองค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลกฎหมายรัษฎากร ให้ขายโดยวิธีตกลงราคา
2. แลกเปลี่ยน ให้ดำเนินการตามวิธีแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้ในระเบียบฯ ข้อ 123-127
3. โอน ให้โอนแก่ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบพัสดุ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การสถานสาธารณกุศลตามมาตราตรา 47 (7) แห่งประมวลกฎหมาย
รัษฎากรทั้งนั้นให้มีหลักฐานต่อกันด้วย
4. แปรสภาพหรือทำลาย การแปรสภาพ เช่น เก้าอี้นักเรียนชำรุด จำนวน 10 ตัว ก็นำขาและ
พนักพิงมาแปรสภาพจัดทำเป็นเก้าอี้ตัวใหม่ หรือนำเครื่องพิมพ์ดีดที่ชำรุดใช้งานไม่ได้มาแปรสภาพเป็นวัสดุฝึก
แต่ถ้าหากโดยสภาพของพัสดุผุพัง ไม่สามารถนำไปแปรสภาพได้ก็ให้ทำลายโดยการเผา หรือ ฝัง เป็นต้น
การดำเนินการตามข้อ 1 – 4 โดยปกติจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่หัวหน้า
ส่วนราชการสั่งการ และสำหรับราชการบริหารส่วนภูมิภาคจะต้องได้รับความเห็นชอบจากหัวหน้าส่วนราชการ
เจ้าของงบประมาณก่อนด้วย
เงินทีได้จากการจำหน่ายพัสดุ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือข้อตกลง
ในส่วนที่ใช่เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือแล้วแต่กรณี (ระเบียบฯ ข้อ 158)
การจำหน่ายเป็นสูญ (ระเบียบฯ ข้อ 159)
ในกรณีที่พัสดุสูญไปโดยไม่ปรากฏตัวผู้รับผิดหรือมีตัวผู้รับผิดแต่ไม่สามารถชดใช้ได้ หรือมีตัวพัสดุอยู่แต่ไม่สมควร
ดำเนินการตามระเบียบข้อ 157 ให้จำหน่ายพัสดุนั้นเป็นสูญ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. ถ้าพัสดุนั้นมีราคาซื้อ หรือราคารวมกันไม่เกิน 500,000 บาท ให้หัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
2. ถ้าพัสดุนั้นมีราคาชื้อ หรือได้มารวมกันเกิน 500,000 บาท ให้อยู่ในอำนาจของกระทรวงการคลังหรือ
ส่วนราชการที่กระทรวงการคลังมอบหมายที่จะเป็นผู้พิจารณา
ปีที่ 32 ฉบับที่ 208 ประจำเดือนเมษายน - มิถุนายน 2552
18
การลงจำหน่ายออกจากบัญชีหรือทะเบียน
เมื่อได้ดำเนินการจำหน่วยพัสดุแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุลงจ่ายพัสดุนั้นออกจากบัญชีหรือทะเบียนทันที
แล้วแจ้งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินส่วนภูมิภาค แล้วแต่กรณีทราบภายใน 30 วัน
นับแต่วันลงจ่ายพัสดุนั้น สำหรับการจำหน่ายเป็นสูญ ให้แจ้งให้กระทรวงการคลังหรือส่วนราชการที่กระทรวงการคลัง
มอบหมาย ทราบด้วย และพัสดุซึ่งต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย ให้แจ้งแก่นายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมาย
กำหนดด้วย (ระเบียบฯ ข้อ 160)
กรณีที่พัสดุของทางราชการเกิดการชำรุด เสื่อมคุณภาพ หรือสูญไป หรือไม่จำเป็นไม่ต้องใช้ในราชการต่อไป
ก่อนมีการตรวจสอบตามข้อ 155 และได้ดำเนินการตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้อง
หรือระเบียบนี้อนุโลม แล้วแต่กรณีเสร็จสิ้นแล้ว ถ้าไม่มีระเบียบอื่นใดกำหนดไว้เป็นกาลเฉพาะ ให้ดำเนินการตามข้อ
157 ข้อ 158 ข้อ 159 และ 160 โดยอนุโลม (ระเบียบฯ ข้อ 161)
หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบพัสดุประจำปี และการจำหน่ายพัสดุ
1. หน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการ หรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ
1.1 แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หรือคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปี ตามระเบียบพัสดุฯ ข้อ
155 (ห้ามแต่งตั้งเจ้าหน้าที่พัสดุเป็นกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปี)
1.2 พิจารณารายงานผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบพัสดุประจำปี
1.3 กรณีมีพัสดุชำรุดเสื่อมสภาพ และเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการเสื่อมสภาพ เนื่องจากการใช้งานตามปกติ
หรือสูญหายไปตามธรรมชาติ ให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการจำหน่ายต่อไปได้โดยไม่ต้องแต่งตั้ง
คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง
1.4 กรณีที่เห็นได้ชัดเจนว่ามีพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพเนื่องมาจากการใช้งานตามปกติ หรือสูญไป
ตามธรรมชาติหรือไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการต่อไป หัวหน้าส่วนราชการพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการจำหน่ายต่อไป
1.5 แต่งตั้งกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง (ตามระเบียบฯ ข้อ 156)
1.6 พิจารณารายงานผลการสอบหาข้อเท็จจริง จากกรรมการฯ
- กรณีไม่ต้องหาตัวผู้รับผิดทางแพ่ง สั่งการให้เจ้าหน้าที่พัสดุ ตรวจสอบสภาพพัสดุและเสนอวิธีการจำหน่าย
แล้วพิจารณาอนุมัติให้จำหน่าย แจ้งให้กระทรวงการคลังและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคทราบต่อไป
- กรณีต้องหาตัวผู้รับผิดทางแพ่ง ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาผู้รับผิดทางแพ่ง
2. หน้าที่ของเจ้าหน้าที่พัสดุ
2.1 จัดเตรียมรายการทะเบียนครุภัณฑ์ของหน่วยงาน และเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนเพื่อการตรวจสอบ
ของคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปี
2.2 อำนวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปี ในการตรวจสอบพัสดุ
2.3 เสนอความเห็นเกี่ยวกับวิธีการจำหน่ายพัสดุ ชำรุดเสื่อมสภาพ เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการ
พิจารณาสั่งการ
2.4 เสนอแต่งตั้งคณะกรรมการจำหน่ายพัสดุ ชำรุดเสื่อมสภาพ ต่อหัวหน้าส่วนราชการ
2.5 ลงจ่ายพัสดุ ตามที่ได้รับการอนุมัติให้จำหน่ายออกจากบัญชีหรือทะเบียน
2.6 รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง กับการตรวจสอบพัสดุประจำปี รายงานให้กระทรวงการคลังและสำนักงาน
การตรวจเงินแผ่นดินหรือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคแล้วแต่กรณีทราบ
ปี
 
 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม วันที่ตอบ 2017-01-23 12:02:47


ความคิดเห็นที่ 2 (4032404)

 (ต่อเนื่อง)

การจำหน่ายพัสดุ...โรงเรียนต้องแต่งตั้งคณะคณะกรรมการขึ้น 2-3 คณะ  รายละเอียดของคณะกรรมการดูในระเบียบ...
 
 
3. หน้าที่คณะกรรมการตรวจสอบพัสดุ
3.1 ตรวจการรับการจ่ายของพัสดุ ของงวดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ปีก่อน ถึง 30 กันยายน ปีปัจจุบัน
ว่าถูกต้องหรือไม่
3.2 ตรวจนับจำนวนวัสดุคงเหลือ ณ วันที่ 30 กันยายน เฉพาะวัสดุที่ยังไม่เบิกไปใช้ว่าคงเหลือตรงตาม
บัญชีวัสดุหรือไม่ (วัสดุที่ยังไม่ได้นำไปใช้)
3.3 ตรวจนับจำนวนครุภัณฑ์ที่มีอยู่ทั้งในหน่วยงาน ณ วันที่ 30 กันยายน ว่ามีครุภัณฑ์คงเหลือและมีความถูกต้อง
ตามทะเบียนครุภัณฑ์ที่ได้บันทึกไว้หรือไม่ และตรวจสภาพของครุภัณฑ์ที่มีอยู่ทั้งหมดในหน่วยงานว่ามีความชำรุด เสื่อมสภาพ
หรือสูญไป เพราะเหตุใด หรือพัสดุใดไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการ
3.4 จัดทำรายงานผลการตรวจสอบพัสดุประจำปี ต่อผู้แต่งตั้ง ภายใน 30 วันทำการ โดยนับตั้งแต่วันเริ่ม
ดำเนินการตรวจสอบพัสดุ
4. หน้าที่ของคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง
4.1 ตรวจสอบสภาพพัสดุ ที่ชำรุด เสื่อมสภาพ สูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้ในราชการ ตามที่คณะกรรมการ
ตรวจสอบพัสดุ เสนอหรือไม่
4.2 พิจารณาว่าพัสดุแต่ละรายการที่ชำรุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป นั้น เพราะสาเหตุใด และต้องมีผู้รับผิด
ทางแพ่งหรือไม่ โดยสอบถามจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้พัสดุนั้น และจะต้องตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น
การซ่อมแซม บำรุงรักษาพัสดุนั้น
 
ผู้แสดงความคิดเห็น มโนธรรม วันที่ตอบ 2017-01-23 12:09:36



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.